จีนจ่อซื้อไก่แช่แข็ง-พริกขี้หนู ผ่านด่านเชียงแสน-กวนเหล่ย

ส่งออกด่านเชียงแสนเปลี่ยนโฉม จีนรื้อใหญ่การค้าลุ่มน้ำโขง เตรียมลงนามในพิธีสาร ไฟเขียวไทยส่งไก่สดแช่แข็งผ่านท่าเรือกวนเหล่ยฝ่ายเดียว ไม่ต้องมีสินค้าแลกเปลี่ยน พร้อมสนใจซื้อพริกขี้หนู พริกหวาน หน่อไม้ฝรั่งอีกเพียบ

พันจ่าตรีเทวัญ ธนมาลารัตน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ประเทศจีนมีความต้องการสินค้าจากประเทศไทยจำนวนมาก โดยในส่วนของจีนตอนใต้กำลังมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือแม่น้ำโขงตามนโยบาย One Belt One Road โดยกำหนดให้ท่าเรือกวนเหล่ยซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านของจีนตอนใต้ในการขนส่งสินค้าแช่เย็นและตู้คอนเทนเนอร์เพียงจุดเดียวเพื่อกระจายสินค้าไปยังมณฑลต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสินค้าเนื้อ ไก่แช่แข็งของไทยที่จะส่งออกไปทางชายแดนด้านจังหวัดเชียงรายได้อย่างถูกต้องมากขึ้น 

ทั้งนี้หลังจากเกิดปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาด ทำให้จีนมีความต้องการนำเข้าไก่ปีละกว่า 3-5 แสนตัน จึงมีสินค้าไก่แช่แข็งทั้งตัวไก่ ปีกไก่ ขาไก่ เครื่องในไก่ถูกส่งออกจำนวนมาก

"ปริมาณความต้องการที่ไม่จำกัด และในจีนก็ผลิตไก่บริโภคเองไม่เพียงพอ ทางการจีนจึงต้องการให้มีการลงนามในพิธีสาร เพื่อขอให้ประเทศไทยส่งไก่สดแช่แข็งที่ไม่ใช่ส่วนอก แต่เป็นส่วนอื่นไปยังจีนตอนใต้ผ่านท่าเรือกวนเหล่ยดังกล่าวไปฝ่ายเดียว"

"ตลาดจีนยังต้องการสินค้าไทยอีก3ชนิดคือ พริกขี้หนู พริกหวาน และหน่อไม้ฝรั่ง และยังสนใจข้าวเกรดเอของไทย โดยเคยมาดูแหล่งผลิตข้าวถึงประเทศไทยแล้ว 2 ครั้งด้วย เรื่องนี้จึงน่าสนใจมากที่จีนให้สิทธิพิเศษเรื่องพิธีสารรับสินค้าจากไทยไปฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องมีสินค้าแลกเปลี่ยนลงมา"

รายงานข่าวแจ้งว่าในปี2559 ประเทศไทยส่งออกชิ้นส่วนไก่แช่แข็งผ่านด่านศุลกากรเชียงแสน และท่าเรือเชียงแสนไปทางเรือแม่น้ำโขง มูลค่า 3,137 ล้านบาท น้ำหนักรวมกว่า 40,995 ตัน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่าสินค้าประเภทเนื้อและไก่แช่แข็งได้ทะลักออกไปเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งส่งออกตรงไปยังประเทศจีน และส่งผ่านประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาและ สปป.ลาว ซึ่งทางการจีนได้สกัดจับสินค้าที่ลักลอบเข้าทางชายแดนอย่างหนัก ทำให้สินค้าบางส่วนต้องลักลอบนำกลับมายังประเทศไทย และถูกเจ้าหน้าที่ไทยตรวจยึดแล้วหลายครั้ง

ด้านนางสาวผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสินค้าแช่เย็นที่ท่าเรือกวนเหล่ยติดแม่น้ำโขงห่างจากอำเภอเชียงแสนไปทางทิศเหนือประมาณ263กิโลเมตรได้แล้วเสร็จไปกว่า 80% แล้ว โดยใช้ชื่อย่อว่า CIQ หรือ China Inspection and Quarantine ซึ่งไม่ใช่ CIQ ที่ย่อมาจากคำว่า Custom Immigration Quarantine เหมือนทั่วไป ซึ่งแสดงว่าจีนมุ่งใช้ท่าเรือกวนเหล่ยเป็น One Belt One Road ของดินแดนทางใต้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดให้ท่าเรือกวนเหล่ยเป็นจุดเดียวที่นำเข้าและส่งออกสินค้าแช่เย็นและผัก/ผลไม้ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ขนาด40ฟุตเพียงจุดเดียวของด่าน 3 มณฑลทางภาคใต้ของจีนด้วย

ขณะที่ในปัจจุบันมีเรือที่มีตู้คอนเทนเนอร์ขนาดดังกล่าวเพียง 3 ลำ บรรทุกได้ลำละประมาณ 250-350 ตัน ดังนั้นหลังจากนี้ผู้ประกอบการเรือบรรทุกสินค้า คงต้องพัฒนาเพื่อรองรับการค้าระบบใหม่ของจีนต่อไป

ที่มา : www.prachachat.net