“เคอรี่” ยึดตลาดขนส่งพัสดุ ตั้งเป้าดันยอดทะลุล้านชิ้น

“เคอรี่” ลั่นขึ้นอันดับหนึ่งขนส่งพัสดุ ครองแชร์ 80% ยอดส่งสินค้าทะลุ 7.5 แสนชิ้น/วัน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านชิ้นในสิ้นปีนี้ พร้อมลงทุน 1.8 พันล้านบาท ขยายสาขา-เพิ่มรถ-ทีมงาน ปูพรมอินฟราสตรักเจอร์ด้านการขนส่ง

นายอเล็กซ์ อึ้ง กรรมการผู้จัดการ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจขนส่งพัสดุในไทยมีการแข่งขันสูง เนื่องจากตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น จึงมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาทำตลาด รวมทั้งการขยายตัวของโซเชียลคอมเมิร์ซ โดยกูเกิลคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะเติบโตปีละ 30% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2563 สำหรับธุรกิจขนส่งพัสดุ บริษัทคาดว่าภายใน 5 ปีจะสามารถเติบโตได้ในระดับเลข 2-3 หลัก

ปัจจุบันเคอรี่ฯเป็นที่ 1 ในตลาดขนส่งพัสดุในไทย หากไม่นับรวมไปรษณีย์ไทย โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 80% ของการขนส่งทั้งหมดที่มียอดเฉลี่ย 900,000 ชิ้น/วัน โดยสัดส่วนการจัดส่งพัสดุของเคอรี่ฯ 45% มาจากธุรกิจแบบ C2C เช่น โซเชียลคอมเมิร์ซ อีก 45% มาจาก B2C อีคอมเมิร์ซ และโฮมช็อปปิ้ง เช่น ลาซาด้า, ช้อปปี้ เป็นต้น อีก 10% มาจากธุรกิจ B2B

“เราไม่มีตัวเลขมูลค่าตลาดขนส่งพัสดุในไทย แต่ภาพรวมมีการขนส่ง 8-9 แสนชิ้น/วัน โดยเราเป็นที่ 1 มียอดส่งสินค้า 7.5 แสนชิ้น/วัน ทิ้งห่างคู่แข่งไกลมาก โดยตั้งเป้าส่งให้ได้ 1 ล้านชิ้น/วันในสิ้นปี”

สำหรับบริการใหม่ ๆ ที่จะมีในปีนี้จะเพิ่มบริการส่งสินค้าจากจีนมาไทย สำหรับผู้สั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์จีน เช่น อาลีเอ็กซ์เพรส เนื่องจากเห็นแนวโน้มคนไทยสั่งซื้อสินค้าจากจีนมากขึ้น พร้อมเพิ่มจุดรับของบนสถานีรถไฟฟ้า BTS และเพิ่มบริการให้ผู้ที่สั่งสินค้า สามารถส่งที่สาขาเพื่อเข้ามารับเองได้สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกให้ส่งสินค้าที่บ้าน โดยจะเริ่มได้ในไตรมาส 3 แต่ยังไม่มีแผนขยายบริการส่งสินค้าออนดีมานด์ผู้บริหารเคอรี่ เอ็กซ์เพรส กล่าวถึงการลงทุนในปีนี้ว่า ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 1,800 ล้านบาท เพื่อ 1.ขยายเครือข่ายรถขนส่ง 2.ลงทุนระบบไอที 3.เพิ่มพนักงาน 4.เพิ่มจุดรับพัสดุ และ 5.เพิ่มฮับในการรับและกระจายสินค้า ปัจจุบันมีรถยนต์ในระบบ 11,000 คัน มีพนักงาน 12,000 คน มีจุดรับสินค้า 1,800 จุด แบ่งเป็น 3 แบบ 1.ลงทุนเอง 2.จุดรับของผ่านร้าน SMEs และ 3.พันธมิตรรายใหญ่ เช่น แฟมิลี่มาร์ท, ออฟฟิศเมท เป็นต้น ตั้งเป้าเพิ่มจุดรับสินค้าเป็น 2,500 จุด มีฮับกระจายสินค้า 3 แห่ง ได้แก่ บางนา, ปทุมธานี และสมุทรสาคร ซึ่งที่บางนาใหญ่สุดมีพื้นที่ 36,000 ตร.ม. กำลังสร้างเฟส 2 คาดว่าจะเสร็จภายในไตรมาส 4 และเหลือพื้นที่อีก 40,000 ตร.ม.ที่ยังขยายเพิ่มได้

“ตลาดอีคอมเมิร์ซกำลังขยายตัว แต่การจะเป็นผู้นำคือ สร้างอินฟราสตรักเจอร์ เคอรี่ฯอยากวางตัวเป็นอินฟราสตรักเจอร์ด้านการขนส่ง ดังนั้น เราจะไม่ซื้อรถ แต่ในวิธีเช่าหรือรับสมัครผู้ที่ต้องการส่งของเข้ามาอยู่ในเครือข่าย เน้นหาพาร์ตเนอร์ ไม่ได้สนใจว่าเป็นรายใหญ่หรือเล็ก แต่ต้องมีประสิทธิภาพการรับสินค้า”

ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นฮับของทุก ๆ ประเทศ ได้แก่ ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน และฮ่องกง โดยถือเป็นต้นแบบในการนำข้อมูลเพื่อไปใช้พัฒนาบริการในประเทศอื่น ๆ โดยเคอรี่ฯให้บริการขนส่งแบบภายในวันเดียวครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด และส่งแบบวันถัดครอบคลุม 99.9% ของประเทศไทย มีอัตราการสูญหาย 0.02% มีอัตราการส่งคืน 1% ถือเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดในการชำระเงินปลายทาง มีเป็นแรบบิท ไลน์เพย์เป็นพาร์ตเนอร์ ทำให้ลูกค้าสามารถจ่ายผ่านไลน์เพย์ได้

ที่มา : www.prachachat.net