เขตเศรษฐกิจพิเศษปีที่ 3 (จบ) เฟส 2 ยังแผ่วเงินลงทุนรวม 956 ล้าน

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ออกประกาศวันที่ 19 มกราคม 2558 เรื่องกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดตาก สระแก้ว มุกดาหาร ตราด และสงขลา

ต่อมาวันที่ 24 เมษายน 2558 กนพ.ได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ตามมาติด ๆ ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตบริเวณชายแดน เพิ่มขีดการแข่งขัน และแก้ปัญหาด้านความมั่นคง

โดยพื้นที่ทั้ง 10 แห่งนี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการสำคัญภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งแต่ปี 2558-2560 รวมทั้งสิ้น 19,273 ล้านบาท โดยปี 2558 ได้รับจัดสรรงบฯกลาง 2,377 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2559 ได้รับจัดสรรงบประมาณตามแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 6,168 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2560 ได้รับจัดสรรงบประมาณตามแผนบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ แผนงานบูรณาการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ และแผนงานบูรณาการการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวม 11,279 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณทั้งหมดนี้ได้จัดสรรในด้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ด่านศุลกากร CIQ สาธารณสุข ระบบประปา ผังเมือง ส่งเสริมการค้า พัฒนาด้านแรงงาน และจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ถึงวันนี้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดำเนินมาจนเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว เมื่อกลับมาดูความคืบหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 ทั้ง 5 จังหวัด เริ่มจากเขตพัฒนาเศรษฐกิจ "จังหวัดหนองคาย" ครอบคลุมพื้นที่ 22 ตำบล 5 อำเภอ คือ อำเภอเมือง สระใคร โพนพิสัย ท่าบ่อ และศรีเชียงใหม่ พื้นที่รวม 296,042 ไร่ หรือ 473.67 ตารางกิโลเมตร

ในจำนวนทั้ง 5 พื้นที่ จังหวัดหนองคายถือว่าคืบหน้าเรื่องการพัฒนาที่ดินที่สุด คือ อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ 718 ไร่ ที่ตำบลสระใคร อำเภอสระใคร โดยกรมธนารักษ์ได้เปิดให้ผู้สนใจลงทุนซื้อแบบข้อเสนอการลงทุนพัฒนาที่ดินราชพัสดุในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไปแล้วตั้งแต่วันที่24กุมภาพันธ์ถึง 21 มีนาคม 2560 โดยมีกำหนดให้ยื่นซอง ที่กรมธนารักษ์ วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ที่จะถึงนี้

สำหรับโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึง 31 มีนาคม 2560 มีจำนวน 1 โครงการ เงินลงทุนรวม 301 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติแล้ว ได้แก่ คอนเทนเนอร์ pallet ของใช้ และถุงร้อน ถุงหูหิ้ว

ส่วนความคืบหน้าด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ระหว่างการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 212 อ.โพนพิสัย-บึงกาฬ ตอน 1 และทางหลวงชนบท สาย ก ผังเมืองรวมหนองคาย นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มศักยภาพด่านสินค้าเกษตรชายแดนเพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซี และด่านปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย อยู่ระหว่างหาผู้รับจ้าง

ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คือ โครงการทางหลวงหมายเลข 211 แยกสาย 2 บ้านหนองสองห้อง-อ.ท่าบ่อ-อ.ศรีเชียงใหม่ และทางเลี่ยงเมืองหนองคาย (ตะวันออก) โครงการทางคู่ขนานขอนแก่น-หนองคาย และโครงการสถานีขนส่งสินค้า

"เชียงราย" ประกาศเขตพัฒนาเศรษฐกิจครอบคลุม 3 อำเภอ 21 ตำบล ได้แก่ อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย พื้นที่รวม 1,523.63 ตารางกิโลเมตร หรือ 952,268.75 ไร่ ขณะที่ที่ดินที่จะนำมาพัฒนามี 3 แปลง รวม 1,902 ไร่ ได้แก่ ที่สาธารณประโยชน์ ที่เลี้ยงสัตว์บ้านทุ่งงิ้ว เนื้อที่ 531 ไร่ ต.สถาน อ.เชียงแสน ที่ราชพัสดุ (โรงงานยาสูบ) เนื้อที่ 870 ไร่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย และที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ติดท่าเรือเชียงแสน) อ.เชียงแสน เนื้อที่ 651 ไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการออกประกาศเพิกถอนที่ดินของรัฐ

ปัจจุบันเชียงรายมีโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ1โครงการมูลค่า16 ล้านบาท ได้แก่ ยางเครป กำลังการผลิต 56,000 ตัน จ้างงานแรงงานคนไทย 20 คน

ส่วนความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ระหว่างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1290 อ.เชียงแสน-อ.เชียงของ ตอน 3 กำหนดแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน 2561 และทางเลี่ยงเมืองเชียงรายด้านตะวันตก อยู่ระหว่างก่อสร้างเช่นกัน กำหนดแล้วเสร็จเดือนมกราคม 2561

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัด "นครพนม" ครอบคลุมพื้นที่ 13 ตำบล 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม และอำเภอท่าอุเทน พื้นที่รวม 495,743.75 ไร่ หรือ 794.79 ตารางกิโลเมตร และที่ดินสาธารณประโยชน์ที่จะนำมาพัฒนาที่โคกภูกระแต ต.อาจสามารถ อ.เมือง จำนวน 2 แปลง รวมประมาณ 1,408 ไร่ สถานะขณะนี้ คือ เพิกถอนสภาพที่ดินแล้ว กรมที่ดินอยู่ระหว่างออกโฉนด และกรมธนารักษ์เตรียมเสนออัตราค่าตอบแทนการเช่าต่อ กนพ.

แม้ว่าการเตรียมพร้อมเริ่มขยับบ้างแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้สนใจมาขอรับการลงทุนที่นครพนมจากบีโอไอแม้แต่รายเดียว

"กาญจนบุรี" กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองรวม 2 ตำบล มีขนาด 260.79 ตารางกิโลเมตร หรือ 162,993.75 ไร่ ขณะที่ที่ราชพัสดุ 8,273 ไร่ ที่บ้านน้ำพุร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของกองทัพบกให้กรมธนารักษ์ถือกรรมสิทธิ์ สถานะ คือ เพิกถอนสภาพที่ดินของรัฐแล้ว กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างนำเสนอค่าเช่าที่ดิน และค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าต่อ กนพ.

ความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ระหว่างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 367 ทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการทางหลวงหมายเลข 81 บางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ทางหลวงหมายเลข 81 กาญจนบุรี-บ้านพุน้ำร้อน ทางหลวงหมายเลข 367 ทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี สะพานข้ามทางรถไฟ และทางแยกต่างระดับ นอกจากนี้ยังมีโครงการสถานีขนส่งสินค้ากาญจนบุรี และโครงการรถไฟแหลมฉบัง-ทวาย ก็อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้เช่นกัน

ปัจจุบันจังหวัดกาญจนบุรีมีผู้ขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอแล้ว2โครงการมูลค่า639.6 ล้านบาท ได้แก่ โรงงาน Aqua Feed เงินลงทุน 182.6 ล้านบาท จ้างงานแรงงานคนไทย 23 คน และต่างชาติ 1 คน อีกโรงงาน คือ อาหารสัตว์บก เงินลงทุน 457 ล้านบาท จ้างงานแรงงานคนไทย 265 คน

และสุดท้าย เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ "นราธิวาส" ครอบคลุม 5 ตำบลใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอยี่งอ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอแว้ง พื้นที่รวม 146,995.62 ไร่ หรือ 235.17 ตารางกิโลเมตร ส่วนการจัดหาที่ดินเพื่อนำมาพัฒนานั้น ขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้พิจารณาที่ดินเอกชน 4 แปลง เป็นที่ ต.ละหาร อ.ยี่งอ 3 แปลง รวม 1,183 ไร่ และที่ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส 1 แปลง 546 ไร่ ขณะนี้ กนอ.อยู่ระหว่างพิจารณาจัดซื้อที่ดินเอกชน

ส่วนความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ระหว่างปรับปรุงด่านศุลกากรสุโหงโก-ลก คาดว่าจะเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2561

ที่มา : www.prachachat.net