"อาคม" ลั่นรัฐบาลทุ่มหลายแสนล้านทำเส้นทางเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน ดันการค้าและท่องเที่ยวอาเซียน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายแสนล้านบาทเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ผลักดันให้เกิดการ กระจายรายได้

ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ก่อสร้างถนนเกือบ 900 กิโลเมตร จำนวน 73 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นการขยายถนนให้เป็น 4 ช่องจราจร โดยเฉพาะเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก- ตะวันตก (EWEC) ระหว่าง แม่สอด จ.ตาก ไปจนถึง จ.มุกดาหาร เนื่องจากเส้นทางหลักของการขนส่งสินค้าเชื่อมต่อประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ทั้งนี้ ยังมีโครงการเพื่อเชื่อมท่าเรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และท่าเรือทวายของเมียนมาอีกด้วย ได้แก่ มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด วงเงิน 1.78 หมื่นล้านบาท มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท และมอเตอร์เวย์สายบางปะอินนครราชสีมา วงเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท
ทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังเร่งจัดทำโครงการร่วมทุนกับเอกชน (พีพีพี) เพื่อก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายหาดใหญ่ชายแดนมาเลเซียวงเงิน 3.05 หมื่นล้านบาท ควบคู่ไปกับแผนก่อสร้างสะพานเชื่อมการค้าชายแดน ทั้งโครงการสะพานข้ามแดนที่แม่สอด จ.ตาก เชื่อมต่อเมียนมา นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าลดต้นทุนโลจิสติกส์ ของไทยให้ลดลง ตลอดจนเปลี่ยนโหมดไปใช้การขนส่งรูปแบบอื่น โดยปัจจุบันต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยคิดเป็นสัดส่วน 14% ของจีดีพี
โดยโครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย ประกอบด้วย ต้นทุนการขนส่งสินค้ากว่า 53.5% รองลงมาคือ ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง 37.4% และต้นทุนการบริหารจัดการ 9.1% นายทิม มาเลอร์ ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน กล่าวว่า มาตรฐานความปลอดภัยด้านการขนส่งสินค้าถือเป็นมาตรการสำคัญ เนื่องจากโลจิสติกส์และการค้าเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และลาว ดังนั้น ทางสหภาพยุโรปและรัฐบาลไทยจะผลักดันมาตรฐานการขนส่งรถบรรทุกรูปแบบใหม่นำมาใช้ เพิ่มความปลอดภัยและลดต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะมาตรการผู้จัดการด้านความปลอดภัย (GSM)
ที่มา : www.posttoday.com