1 มิ.ย. คิ๊กออฟขนส่งข้ามแดน โควต้าชาติละ 500 คัน

เตรียมคิ๊กออฟสิทธิแลกเปลี่ยนจราจรวันที่  1 มิ.ย.นี้  กำหนดโควต้าชาติละ  500  คัน  ด้าน ขบ.หนุนเก็บค่าผ่านทางอาเซียนลดภาระค่าซ่อมบำรุงถนนทางหลวง

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า การประชุมร่วมด้านการขนส่งกลุ่มประเทศโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมากลุ่มประเทศสมาชิกได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะคิ๊กออฟเปิดตัวโครงการข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement : CBTA) อย่างเป็นทางการในวันที่1 มิ.ย.นี้ โดยแต่ละประเทศมีโควต้ารถบรรทุกขนส่งและรถเช่าเหมาไม่ประจำทางรวมกัน500 คันต่อประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาวเวียดนามและจีนตอนใต้  ซึ่งที่ผ่านมาขบ.ได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการขนส่งที่สนใจขนส่งสินค้าข้ามชายแดนไทย-กัมพูชารวมโควต้า150 คัน และ ไทย-สปป.ลาว-เวียดนามโควต้า 400คัน ขณะนี้ครบจำนวนแล้วอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติก่อนออกใบอนุญาต

นายกมล กล่าวต่อว่า สำหรับข้อตกลงดังกล่าวสนับสนุนให้เชื่อมต่อการขนส่งข้ามแดนโดยอนุญาตให้แลกเปลี่ยนสิทธิจราจรในประเภทรถบรรทุกก่อนเพื่อขนส่งสินค้าข้ามแดนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งได้หรือข้ามไปประเทศที่ 3 โดยใช้เอกสารนำเข้าชั่วคราวสำหรับตู้คอนเทนเนอร์และรถบรรทุก(Temporary Admission Document) ส่วนประเทศเมียนมาขอแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรกับไทยก่อนเพียงชาติเดียวโดยกำหนดโควต้าเบื้องต้นไว้ที่ 100 คัน จะใช้เส้นทางด่านชายแดนแม่สอดจ.ตาก เพื่อขนส่งสินค้าตามแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก (East-West Economic Corridor) ไปยังด่านชายแดนมุกดาหารเชื่อมต่อสปป.ลาว

นายกมล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมดังกล่าวในแต่ละประเทศกลุ่ม GMS ได้ทำเรื่องเสนอให้ประเทศไทยเข้าไปให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจการขนส่งสินค้าทั้งด้านการก่อสร้างถนนและพัฒนาสะพานข้ามแม่น้ำสายต่างๆโดยทางรัฐบาลไทยจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าในแต่ละโครงการที่ประเทศต่างๆเสนอมาก่อนชี้แจงข้อสรุปให้กับแต่ละชาติต่อไปอย่างไรก็ตามการเปิดใช้โครงการแลกเปลี่ยนสิทธิจราจร CBTA นั้นอาจทำให้ประเทศไทยพิจารณาการจัดเก็บค่าผ่านทาง (Road charge) เพราะปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีการเก็บค่าผ่านทางขณะที่เพื่อนบ้านอาเซียนบางประเทศมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศและการใช้ทางสำหรับนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ

สำหรับเส้นทางและจุดผ่านแดนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยได้แก่ 1.เส้นทาง:คุนหมิง-ยูซี-หยวนเจียง-โมเฮย-ซิเมา-เฉียวเมิงหยาง-โมฮาน (จีน)–บ่อเต็น-ห้วยทราย(ลาว) – เชียงของ-เชียงราย-ตาก-กรุงเทพฯ (ไทย) จุดข้ามแดน: โมฮาน (จีน) – บ่อเต็น (ลาว) ห้วยทราย (ลาว) –เชียงของ (ไทย) 2.เส้นทาง:แม่สอด-พิษณุโลก-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร (ไทย)–สะหวันนะเขต-แดนสะหวัน(ลาว)–ลาวบาว-ดองฮา-เว้-ดานัง (เวียดนาม) จุดข้ามแดน:มุกดาหาร (ไทย) – สะหวันนะเขต (ลาว) แดนสะหวัน (ลาว) –ลาวบาว(เวียดนาม)

3.เส้นทาง: กรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-อรัญประเทศหรือ กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง-พนมสารคาม-กบินทร์บุรี- สระแก้ว-อรัญประเทศ (ไทย) –ปอยเปต-ศรีโสภณ-เปอสาต-พนมเปญ-นากหลวง-บาเวต(กัมพูชา)- มอคไบ-กรุงโฮจิมินห์-วังเตา (เวียดนาม) จุดข้ามแดน: อรัญประเทศ (ไทย) –ปอยเปต (กัมพูชา) บาเวต (กัมพูชา) – มอคไบ(เวียดนาม) 4.เส้นทาง: กรุงเทพฯ-ตราด-หาดเล็ก (ไทย)–แชมแยม-เกาะกง-สะแรอัมเปิล-กำพต-ลอก(กัมพูชา)-ฮาเตียน-คาเมา-นามคาน (เวียดนาม) จุดข้ามแดน: หาดเล็ก (ไทย) – แชมแยม(กัมพูชา) 5.เส้นทาง:นาเตย-อุดมไชย-ปักมอง-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์-ท่านาแล้ง (ลาว) – หนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-กรุงเทพฯ (ไทย) จุดข้ามแดน: ท่านาแล้ง (ลาว) – หนองคาย(ไทย) และ 6.เส้นทาง: จำปาสัก (ลาว) – อุบลราชธานี(ไทย) จุดข้ามแดน: วังเตา (ลาว) – ช่องเม็ก (ไทย)

ที่มา : www.dailynews.co.th