อสังหา “สัตหีบ-บ้านฉาง” ดีมานด์พุ่ง ที่ดินกระฉูดไร่ละ 10 ล้าน รับ “อีอีซี-อู่ตะเภา” บูม!

อสังหาฯสัตหีบคึกคักรับอู่ตะเภา-อีอีซี เผยที่ดินติดถนนสุขุมวิท-เลี่ยงเมืองสัตหีบ ราคาพุ่งกระฉูด กลุ่มทุนวิ่งหาซื้อที่ฝุ่นตลบ ยักษ์ค้าปลีก-ปั๊มน้ำมันรายใหญ่ เตรียมปักธง ทุนท้องถิ่น “นาวีเฮ้าส์ กรุ๊ป” ผุดโครงการบ้านจัดสรร-โรงแรม-อาคารพาณิชย์ รับอนาคต

ขณะที่บ้านฉางไม่น้อยหน้าราคาที่ดินสูง 15-20 ล้าน/ไร่กระแสการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ยังคงสร้างความคึกคักให้กับตลาดซื้อขายที่ดินและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ 3 จังหวัด ที่ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดจากความชัดเจนในเรื่องของรถไฟฟ้าที่จะเชื่อมโยง 3 สนามบิน รวมถึงแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติ ทำให้พื้นที่บริเวณใกล้เคียง ในอำเภอสัตหีบ (ชลบุรี) และอำเภอบ้านฉาง (ระยอง) ได้รับความสนใจมากขึ้น

นายพนธกร ใคร่ครวญ รองประธาน บริษัท นาวีเฮ้าส์ กรุ๊ป จำกัด กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากนโยบายการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี รวมถึงการลงทุนในเรื่องรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อม 3 สนามบิน และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติ ทำให้ที่ดินในอำเภอสัตหีบกำลังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะบริเวณที่ดินติดถนนสุขุมวิทมีราคาเฉลี่ยสูงถึง 10 ล้านบาท/ไร่ ส่วนบนถนนเส้น 332 หรือเลี่ยงเมืองสัตหีบมีราคาราว 3-4 ล้านบาท/ไร่ จากเดิมที่เคยซื้อ-ขายประมาณ 5 แสนบาท/ไร่

สำหรับพื้นที่ใน อ.สัตหีบ ขณะนี้ได้เริ่มมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาลงทุนในพื้นที่ อ.สัตหีบ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะสังเกตได้จากการมีโครงการใหม่ ๆ เริ่มเกิดขึ้น

“ตอนนี้เริ่มมีกลุ่มทุนเข้าติดต่อขอซื้อที่ดินอย่างคึกคัก ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการรายใหญ่ได้มีการลงทุนเพื่อรองรับอนาคต เช่น บิ๊กซี ที่เตรียมจะเปิดสาขาใหม่ที่บริเวณตลาด 700 ไร่ อ.สัตหีบ ขณะที่ ปตท.ก็ได้มีการสำรวจพื้นที่เพื่อจะเตรียมลงทุนสร้างสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่บนถนน 331”

นายพนธกรกล่าวต่อว่า ด้วยศักยภาพของ อ.สัตหีบ ที่อยู่ระหว่างพัทยากับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และเมื่อบวกกับโครงการอีอีซี โครงการรถไฟไฮสปีด สนามบินอู่ตะเภา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงทำให้ตลาดที่พักอาศัยยังเป็นตลาดมีความต้องการสูง บริษัทจึงมีแผนจะลงทุนต่อเนื่องทั้งโครงการบ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์ ในพื้นที่ อ.สัตหีบ-อ.บ้านฉาง ขณะนี้กำลังก่อสร้าง 2 โครงการ กำลังทยอยโอน 1 โครงการ และมีโครงการที่อยู่ในขั้นตอนขออนุญาตจัดสรรที่ดิน 3 โครงการ มูลค่ารวม 300 ล้านบาท รวม 300 ยูนิต คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในปี 2564 และในจำนวนนี้มี 1 โครงการ ใน อ.บ้านฉาง ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาเพียง 3 กม.

ตลาดที่อยู่อาศัยในสัตหีบยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนักลงทุน นักธุรกิจ หรือคนที่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว ตอนนี้ยังมีหน่วยงานของทหารอีกจำนวนหนึ่งที่ย้ายเข้ามาในพื้นที่สัตหีบเพิ่ม

นอกจากนี้ ที่ผ่านมานาวีเฮ้าส์ยังได้ลงทุนสร้างโรงแรมอีก 2 โครงการ โครงการแรกตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ห่างจากสนามบินอู่ตะเภา 6 กม. คาดว่าจะเสร็จในเดือนเมษายน ปี 2562 งบฯลงทุนอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท เป็นโรงแรม 4 ชั้น 50 ห้อง เบื้องต้นเสนอสายการบินแอร์เอเชียทำสัญญาเช่าห้องพักเหมาชั้นสำหรับนักบินและลูกเรือ ส่วนอีกโครงการคือโรงแรมขนาดเล็กบริเวณหนองตะเคียน ใกล้สวนสาธารณะของกองทัพเรือ และตลาดสัตหีบ จะเริ่มโครงการปลายปี 2561 งบประมาณลงทุน 70 ล้านบาท ขนาด 50 ห้อง

นางสาวณัฏฐนันท์ คุณาจิระกุล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า หากสนามบินอู่ตะเภาและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานสำหรับรองรับอีอีซีเกิดขึ้น อำเภอบ้านฉางจะมีศักยภาพทางพื้นที่เพียงพอที่จะเป็นฮับเพื่อสนับสนุนสนามบินทั้งที่อยู่อาศัยในระยะยาวอย่างบ้านจัดสรร และโรงแรมสนามบิน สำหรับผู้โดยสารพักเปลี่ยนเครื่อง และพนักงานสายการบิน อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเป็นตัวเลือกแรกของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและต้องการอยู่อาศัยในระยะยาว เนื่องจากมีโรงเรียนนานาชาติถึง 2 แห่ง ได้แก่ การ์เด้น อินเตอร์แนชันแนล และเซนต์แอนดริว รวมไปถึงสนามกอล์ฟสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

“ตอนนี้ราคาที่ดินบริเวณอำเภอบ้านฉางในส่วนที่ติดถนนสุขุมวิทขึ้นสูงถึง 15-20 ล้านบาท/ไร่” นางสาวณัฏฐนันท์กล่าว

ขณะที่นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดชลบุรี มองว่าปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างแนวถนนมอเตอร์เวย์ส่วนต่อขยายเชื่อมพัทยา-สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากพื้นที่พัทยาไปยังสนามบินอู่ตะเภา และอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยองใช้เวลาน้อยลง แต่เนื่องจากที่ดินโดยรอบสนามบินอู่ตะเภามีราคาขึ้นสูงเกินกว่าศักยภาพที่พื้นที่มีในปัจจุบัน ทำให้พื้นที่บริเวณรอยต่อสัตหีบ-พัทยา หรือบริเวณตำบลห้วยใหญ่จนถึงสวนนงนุชนั้นน่าสนใจกว่า เนื่องจากสามารถจัดทำเป็นบ้านจัดสรร และที่อยู่อาศัยสำหรับรองรับชาวต่างชาติสูงอายุในลักษณะลองเทิร์มได้ เพราะใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่พัทยา และเป็นพื้นที่เนินเขาเห็นทิวทัศน์ทะเล

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการนิคมอุตสาหกรรม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ราคาซื้อขายที่ดินในภาคตะวันออก โดยเฉพาะในเขต 3 จังหวัดที่อยู่ในอีอีซี โดยเฉพาะชลบุรี มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ศรีราชา ที่ดินไม่ติดถนน ราคาประมาณไร่ละ 5-6 ล้านบาท จากเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาราคาอยู่ในระดับ 2-3 ล้านบาท ขณะที่บางปะกง-ฉะเชิงเทรา ที่ดินแปลงเล็กติดถนนใหญ่ ไม่เกิน 10 ไร่ เดิมไร่ละ 10 ล้านบาท ปัจจุบันขยับไปเป็น 15 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น

ที่มา : www.prachachat.net