'สนธิรัตน์' ชู "เทคโนโลยีเปลี่ยนการค้า" เชื่อมั่น "ผู้ประกอบการรุ่นใหม่" คือ หัวใจสำคัญ เชื่อม 5 ประเทศ

นายกรัฐมนตรีขอกลุ่ม CLMVT ร่วมกำหนดแนวทางใช้เทคโนโลยี ผลักดันภูมิภาค ทะยานสู่อนาคตอย่างมั่นคง ท่ามกลางยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม 4.0

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม "CLMVT Forum 2018" ว่า การจัดการประชุมครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเครือข่ายของผู้นำทางธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้กำหนดโนโยบายนักวิชาการ และคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคนี้ ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เพื่อส่งเสริมให้ทุกประเทศร่วมกันสร้างการพัฒนาที่สอดคล้องกับแนวคิดหลักของการประชุม คือ "การทะยานสู่อนาคตของภูมิภาค CLMVT ด้วยเทคโนโลยี" ทั้งนี้ ประเทศยึดมั่นในหลักการของการสร้างความเติบโตไปด้วยกัน ดังนั้น การแข่งขันและความร่วมมือจะดำเนินการควบคู่กันอย่างสมดุล เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน รวมทั้งได้รับความสนใจจากเวทีโลกในฐานะของภูมิภาค ที่มีศักยภาพด้านการค้าการลงทุน

ดังนั้น เวทีการประชุมนี้จึงเป็นการส่งเสริมการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ คลอบคลุมการพัฒนาที่ทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา ทั้งภาคการผลิต ภาคการบริการ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในยุคปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ ยุคแห่งการหลอมรวมเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำผลการวิจัยการค้นขว้านวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งส่งเสริมการวิจัยพัฒนาในเรื่องที่สามาถนำมาใช้ในการพัฒนาได้ ทั้งนี้ ทั้ง 5 ประเทศ ถือเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ ซึ่งเทคโนโลยีก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้ามาทำให้การผลิตสินค้าเกษตรยกระดับขึ้น ทั้งในภาคการผลิต การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตร และช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบเครือข่ายออนไลน์ทั่วโลก

ขณะที่ ในส่วนของไทยให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียุคใหม่ สร้างการเจริญเติบโตในภูมิภาคและควรมีการสร้างเครือข่ายและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีทักษะ การค้าในยุคดิจิทัล และสร้างสภาพแวดล้อม และรูปแบบการใช้ดิจิตอลในภูมิภาค และที่สำคัญ คือ การกำหนดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศที่มีศักยภาพ นอกกลุ่ม CLMVT เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและเป็นการเติมเต็มมูลค้าทางการค้า ที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตได้อย่างสมดุลและทั่วถึง ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นความหวังที่ทุกคนที่จะได้ร่วมกันเสนอความคิดแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การวางแนวทางการพัฒนาไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ไทยให้ความสำคัญกับภาคเอกชนและวิชาการที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจ และขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ไปสู่เป้าหมายได้

ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายในงาน CLMVT Forum 2018 ซึ่งมีนักธุรกิจชั้นนำในภูมิภาค นักลงทุนจากต่างประเทศ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐ เข้าร่วมงาน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ในกลุ่มประเทศ CLMVT คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเป็นเวทีสร้างความร่วมมือในภูมิภาคให้เติบโตต่อเนื่องและแข่งขันได้ โดยในปีนี้กระทรวงพาณิชย์ได้หยิบยกเรื่องการปรับตัวรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ เทคโนโลยีเปลี่ยนการค้าและเทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต เนื่องจากเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมา การก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศ CLMVT เป็นภูมิภาคที่กําลังเติบโตอย่างร้อนแรง ในปี 2017 มีการขยายตัวของจีดีพีสูงถึงร้อยละ 6.28 และ IMF ประมาณการเติบโตระหว่างปี 2013 – 2017 ว่าจะเติบโตเร็วกว่าโลกเกือบ 2 เท่า โดยการค้าระหว่างไทยกับ CLMV มีมูลค่ามากกว่า 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วนร้อยละ 10.6 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ซึ่งสูงถึงร้อยละ 42 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทยไปอาเซียน

นอกจากนี้ อีกหนึ่งแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในภูมิภาคนี้ คือ บทบาทของผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ ซึ่งในงานครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญกลุ่ม SME และ Startup จากหลายสาขา มาสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยเชื่อมั่นว่ากลุ่มเหล่านี้จะเป็นหัวใจสําคัญของการพัฒนาและการเชื่อมโยงทั้ง 5 ประเทศเข้าด้วยกัน

ที่มา : www.thansettakij.com