ปรากฏการณ์โลจิสติกส์และซัพพลายเชน 2018

ในโลกธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม จนทำให้หลายธุรกิจเริ่มพบกับความหนักใจกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งมิติการเปลี่ยนแปลงจะมีความซับซ้อน

ยากต่อการคาดการณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้างความแตกต่างให้กับรูปแบบในการดำเนินธุรกิจ ค่านิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภค ทิศทางสังคมและวัฒนธรรม การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน การบริหารห่วงโซ่อุปทานให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น การลดต้นทุน การลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้เขียนมองว่า นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป อุตสาหกรรมโลจิสติกส์จะเกิดปรากฏการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ดังนี้

การจำลองสถานการณ์ (Scenario) จะถูกนำมาใช้ผสมผสานกับการวิจัยแบบเจาะลึกเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค ซึ่งจะแตกต่างไปจากการวิจัยแบบเดิมที่เน้นการวิเคราะห์ผลจากแบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ แต่การวิจัยแบบใช้สถานการณ์จำลองนั้น จะมีการนำตัวแปรที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพื่อนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์จำลองดังกล่าว รวมทั้งจะมีการจัดทำเวิร์คช้อปในการวิเคราะห์และประเมินทิศทางของตัวแปรที่กำหนดไว้ ซึ่งทำให้การวิจัยแบบนี้ก่อให้เกิดแนวทางการพัฒนาและขจัดความซับซ้อนของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีความชัดเจนอย่างเป็นระบบและเกิดความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

กระแสพฤติกรรมผู้บริโภคจะนิยมใช้การชำระเงินผ่าน E-payment e-banking Internet banking Mobile Banking Mobile Payment เพิ่มขึ้น รวมการใช้คิวอาร์โค้ดและแอปพลิเคชนต่าง ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง อุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมการให้บริการท่องเที่ยวที่พัก อุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร อุตสาหกรรมการประกันภัย อุตสาหกรรมศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ การบริการด้านอื่น ๆ เป็นต้น จะต้องปรับธุรกรรมต่าง ๆ ให้สอดรับกับการเป็น E-logistics ที่มีการจัดส่งรวดเร็ว ราคาถูก สามารถติดตามสถานะของสินค้าบริการได้ มีการรับประกันสินค้า เลือกสถานที่และช่วงเวลาในการรับสินค้าได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องเฟ้นหาบริการหรือสร้างแวลลู แอดเด็ดเข้าไปในบริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ดิจิตอล ไลฟ์ ของผู้บริโภค คือ การใช้แอปพลิเคชั่น คิวอาร์ โค้ด จ่ายผ่านออนไลน์ หรือการดึงเอาออฟไลน์ทุกอย่างมาสู่โลกออนไลน์ เพื่อต่อยอดพัฒนาไปสู่สู่สังคมไร้เงินสดที่จะเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจากเดิมพบว่ายังใช้เงินสด 70% และ 30% ผ่านอีมันนี่ จะกลายเป็นการใช้ผ่านออนไลน์80% และใช้เงินสดเพียง 20%

การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ ซึ่งคาดการณ์ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีโอกาสก้าวเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซสูงที่สุดในอาเซียน รวมถึงจะเป็นศูนย์กลางของตลาดโลกและอาเซียน โดยเฉพาะลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม ดังนั้น เพื่อรองรับตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวคือ นวัตกรรมการสร้างสินค้า แพลตฟอร์ม รูปแบบการให้บริการที่แตกต่างไปจากเดิมและแตกต่างจากคู่แข่งขันทั้งไทยต่างประเทศ รวมทั้งปรับแนวคิดธุรกิจโลจิสติกส์ในวันนี้ว่าไม่ใช่เป็นการทำธุรกิจให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) เกิดจากการที่หน่วยธุรกิจสามารถผลิตผลผลิตได้จำนวนมาก ทำให้ต้นทุนในการผลิตต่อหน่วยต่ำลง แต่จะเป็นการทำให้ธุรกิจสามารถผลิตสินค้าบริการได้เร็วขึ้น ต้นทุนลดต่ำลง ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกันทางธุรกิจ การใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น การสร้างแบรนด์ร่วมกัน การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบเดียวกัน การจัดซื้อร่วมกัน เป็นต้น

การนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (Drone) มีการผสมผสานกับระบบคราวน์มาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและประมวลผลแบบออนไลน์ เรียลไทม์ จะถูกมาใช้ให้บริการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น ซึ่งในอดีตมีการนำโดรนมาใช้เฉพาะการถ่ายภาพหรืองานสื่อสารมวลชน แต่อนาคตอันใกล้นี้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการเกษตร ซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ การขนส่ง คลังสินค้า การสำรวจพื้นที่ การรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการขนส่งยาให้กับสถานบริการสุขภาพทั่วประเทศ และบริการจัดส่งอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉิน ในจุดที่ถนนหนทางเข้าไปไม่ถึงไม่สะดวก การสั่งของออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งโดรนนี้จะมาทดแทนแรงงานมนุษย์โดยมีต้นทุนการดำเนินการที่ต่ำกว่า

การนำโรบอต และการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ จะถูกนำมาใช้ในโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทุกกิจกรรม กับ Big Data จะเชื่อมโยงกับ Internet of Thigs (IOT)  ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขนส่ง คลังสินค้า การจัดซื้อ เป็นต้น เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่อการเข้าถึงลูกค้า การจัดเก็บและกระจายสินค้า เพื่อให้กับลูกค้าแต่ละราย การแบ่งพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าวัตถุดิบ เกิดความแม่นยำในการดำเนินงาน ช่วยประหยัดต้นทุนและเวลา ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจโลจิสติกส์ยุคนี้

อนึ่ง ในโลจิสติกส์ยุคดิจิทัล 4.0 จะเห็นได้ว่า ความก้าวหน้าของการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดโอกาสและความท้าทาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน การติดต่อที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงการจะเชื่อมโยงโลจิสติกส์การค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทั้งระดับธุรกิจและระดับประเทศ

ที่มา : www.busandtruckmedia.com