ขับเคลื่อนสู่องค์กรโลจิสติกส์คุณภาพ

ปัจจุบันการผลิตสินค้า–บริการของธุรกิจจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “คุณภาพ” ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในโลกธุรกิจการค้าสมัยใหม่ เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการ ความคาดหวัง และความพึงพอใจเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา

รวมทั้งคู่แข่งขันมีการผลิตสินค้าและบริการที่หลากหลายออกให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกหลากหลาย ดังนั้น การที่องค์กรจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีนั้น นอกจากจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้า–บริการอยู่ตลอดเวลาด้วย ซึ่งก็คือ “การจัดการคุณภาพ (Total Quality Management : TQM)” คือ คำตอบสำหรับการแข่งขันในยุคนี้

สำหรับเครื่องมือ “การจัดการคุณภาพ” นั้น นำมาใช้เพื่อช่วยเสริมศักยภาพให้องค์กรมีผลการดำเนินการที่ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิต และสามารถทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รวมถึงเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจด้านโลจิสติกส์ที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลายหลาย และมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งแนวทางในการบริหารจัดการขององค์กรที่ยึด “คุณภาพ” เป็นศูนย์กลาง โดยที่สมาชิกทุกคนขององค์กรมีส่วนร่วม เพื่อผลกำไรในระยะยาวด้วยการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า รวมทั้งการสร้างผลประโยชน์แก่สมาชิกขององค์กรและสังคม

แต่จากการศึกษา และค้นคว้าของผู้เขียนพบว่า ปัญหาผู้ประกอบการด้านระบบโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมไทย คือ การที่ผู้ประกอบการไม่ได้พัฒนาระบบโลจิสติกส์ของธุรกิจตนทั้งระบบ เลือกพัฒนาเฉพาะส่วน แต่ทำเพียงเพื่อให้ได้ใบที่เป็นเอกสารรับรองเท่านั้นในการยืนยันกับคู่ค้า จึงทำให้ระบบโลจิสติกส์ ไม่เชื่อมต่อกันครบวงจร จนส่งผลถึงต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น และขาดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกกับคู่แข่งที่มีต้นทุนสินค้าและแรงงานต่ำกว่า

ประเด็นที่ บริษัทที่ปรึกษาให้คำแนะนำ รูปแบบการทำระบบคุณภาพที่เหมือนสูตรสำเร็จ แล้วนำมาวางให้บริษัท แต่ไม่ได้เริ่มต้นจากปัญหาภายในองค์กร การวางระบบในการปฏิบัติงาน และความต้องการลูกค้า เมื่อผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานคุณภาพที่ยอมรับโดยทั่วไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศแล้ว แต่กลับไม่ได้มีการพัฒนาธุรกิจไปสู่องค์กรแห่งคุณภาพเลย ถือว่าองค์กรได้ดำเนินการสำเร็จไปแล้ว สุดท้ายก็เป็นเพียงภาพลวงตาขององค์กรธุรกิจ

ประเด็นที่ พนักงานส่วนใหญ่ขาดจิตสำนึกแห่งคุณภาพ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาในการจัดการคุณภาพของพนักงานคนไทย โดยคิดว่างานด้านคุณภาพนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง คิดว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานทางด้านการจัดการคุณภาพ รวมทั้งมักจะเคยชินกับสิ่งที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ หรือปล่อยปละละเลย ยังไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ คำศัพท์ วิธีการในการทำระบบคุณภาพ เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน บางแห่งไม่มีนโยบายให้พนักงานออกไปศึกษาหรือไม่ได้รับโอกาสฝึกอบรม จึงทำให้ความเข้าใจเกิดความคลาดเคลื่อนในเรื่องการจัดการคุณภาพ และพนักงานไม่มีเวลาทำระบบคุณภาพ เพราะคิดว่าเป็นการเพิ่มภาระงานจากงานประจำ ซึ่งงานประจำที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก็มีงานที่ทำมากอยู่แล้ว

ประเด็นที่ ผู้ประกอบการขนาดเล็กกลาง และผู้บริหารระดับสูง ไม่เห็นความสำคัญของระบบคุณภาพ คิดแต่เพียงว่า ISO ช่วยทำให้เกิดระบบมาตรฐานและการควบคุมในด้านเอกสารภายในองค์กรก็เพียงพอแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบการจัดการคุณภาพดังกล่าว

ดังนั้น การวางกลยุทธ์ TQM กับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านของคุณภาพการให้บริการ ความรวดเร็ว การมีทีมงานและการประสานงานที่มีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรโลจิสติกส์ โดยจะต้องมีการทำ ประสานองค์กร ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง และผู้ให้บริการ ซึ่งในการบริหารงานคุณภาพขององค์กรโดยรวมจำเป็นจะต้องมีการสร้างพันธมิตรและวางแผนคุณภาพร่วมกันในลักษณะของโซ่อุปทานจึงจะก่อให้เกิดคุณภาพทั้งกระบวนการของทั้งองค์กรด้วย

นอกจากนี้ หากจะทำให้ระบบ TQM มีประสิทธิภาพแล้วนั้นจะต้องมีการวัดประสิทธิภาพของคุณภาพในทุก ๆ กระบวนการ และมีการตั้งมาตรฐานของคุณภาพในประเด็นนั้นๆ รวมถึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตาม องค์ประกอบสำคัญของ TQM คือ การให้ความสำคัญกับลูกค้า (Customer Oriented) การพัฒนา/ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม (Employees Involvement)

โดย ดร.สิทธิชัย ฝรั่งทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

ที่มา : www.busandtruckmedia.com