แผนพัฒนาโลจิสติกส์ 5 ปี

แม้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) จะเร่งดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิและอู่ตะเภา ล่าสุดได้เปิดประมูลหาผู้ร่วมลงทุน โดยคาดว่าจะได้ตัวผู้รับจ้างภายในปลายปีนี้

การประชุม คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการแผนส่งสินค้า (กบส.) รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมเจ้าท่า ให้ไปร่างแผนการขนส่งขนาดใหญ่ของประเทศไทยในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไปว่าจะต้องทำอะไรบ้างให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงตัวเลขออกมาแล้วว่า ในไตรมาสที่ 2 จีดีพี อยู่ที่ร้อยละ 4.6 และทั้งปีคาดว่า จีดีพี หรือความเจริญเติบโตของประเทศจะอยู่ที่ร้อยละ 4.2–4.8 ด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ รองนายกฯสมคิด ต้องการเห็น แผนโลจิสติกส์ในเบื้องต้นภายใน 7 เดือน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง นอกจากจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแล้วจะส่งผลให้ ธนาคารโลก ปรับอันดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของไทยดีขึ้น ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 32 จาก 160 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศจะต้องมีการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆให้สอดคล้องกันไปด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกระจายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นคลังเก็บสินค้า การบริหารจัดการสินค้าเพื่อการส่งออก เป็นต้น ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม จะต้องไปหารือกับภาคเอกชนว่าควรจะร่วมมือกันในลักษณะไหนบ้าง

การประชุม ครม.ที่ จ.ชุมพรที่ผ่านมา สศช. ได้เสนอกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ เอสอีซี โดยจะมีการพัฒนาแผนโลจิสติกส์ควบคู่กันไปด้วย ที่จะมีการเชื่อมโยงระบบการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศเอาไว้ด้วยกัน หรือบางเส้นทางที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเช่น สุราษฎร์ธานี-อ่าวไทยตอนบน เชื่อมโยงไปยังท่าเรือขนาดใหญ่ เป็นการบริหารผ่านระบบ National Single Window บริการจุดเดียวครบวงจร

เป็นการพัฒนา ระบบขนส่งสินค้าแบบเบ็ดเสร็จ ทั่วประเทศ ที่พร้อมจะส่งออกสินค้าการเกษตรและอุตสาหกรรมแล้ว การขนส่งคนก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นถนนเลียบทะเล การเชื่อมต่อทางรางระหว่างสนามบินกับรถไฟ รถยนต์ ท่าเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ซึ่งจะเนรมิตให้ ภาคใต้เป็นริเวียร่าเมืองไทย ให้บริการนักท่องเที่ยวได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

ระบบการขนส่งขนาดใหญ่ของประเทศไทยอยู่ภายใต้ขีดจำกัดมานานหลายรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นงบประมาณและเงื่อนไขในการร่วมลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะคำนวณเป็นตัวเงินว่าดำเนินการไปแล้วคุ้มทุนหรือไม่ แต่ไม่ได้มองถึงผลลัพธ์ที่ได้รับจากด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ความมั่นคง หรือการรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของประชากรในอนาคต

ที่มา : www.thairath.co.th