ศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ มรภ.เลยจับคู่ธุรกิจไทย-ลาว

มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จัดตั้งศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ และการค้าชายแดน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้บริการข้อมูลข่าวสาร บริการวิชาการและวิจัยพัฒนาในด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดน

มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นสู่สากล ในปี พ.ศ. 2559 ได้รับงบประมาณตามแผนงานยุทธศาสตร์ เพื่อดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล สอดรับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยฯ การวิจัยและบริการวิชาการแก่สังคม จัดตั้งศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ และการค้าชายแดน ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้บริการข้อมูลข่าวสาร บริการวิชาการและวิจัยพัฒนาในด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดนให้กับผู้ประกอบการ นักศึกษา บุคลากรหน่วยงานต่าง ๆ ในท้องถิ่น ครอบคลุม 6 จังหวัด ประกอบด้วย 1.เลย 2.หนองบัวลำภู 3.อุดรธานี 4.หนองคาย 5.บึงกาฬ และ6.ขอนแก่น และเชื่อมโยงกับต่างประเทศ มีแนวทางในการดำเนินงานโดยบูรณาการหน่วยงาน 3 ส่วน คือ หน่วยงานภาคเอกชน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยและภูมิภาคภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ตามยุทธศาสตร์ พัฒนาระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและภูมิภาค

ผศ.ดร.พิชิต พระพินิจ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยกล่าวว่า เลยเป็นจังหวัดที่เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เวียดนาม และจีน มีการค้าชายแดนและเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่น ๆ ในภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ เศรษฐกิจในท้องถิ่น ภูมิภาค อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่สมดุลและยั่งยืน เผยแพร่ความรู้ด้านโลจิสติกส์ และการค้าชายแดนให้กับผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเลย และจังหวัดใกล้เคียงที่มีพื้นที่ติดต่อมีศักยภาพในด้านการค้าชายแดน

ตามแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เน้นการให้บริการด้านโลจิสติกส์จากผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศ ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี ทำให้มีอำนาจในการต่อรองน้อยจากการเปลี่ยนแปลงระบบพิธีการศุลกากรที่จะต้องนำมาใช้รองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในพื้นที่ต้องได้รับการพัฒนา และต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และเลย) เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีด่านศุลกากรถึง 4 แห่ง คือ ด่านศุลกากรหนองคาย ด่านศุลกากรบึงกาฬ ด่านศุลกากรเชียงคาน และด่านศุลกากรท่าลี่ มีชายแดนติดต่อกับนครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นความได้เปรียบด้านการคมนาคมของภูมิภาค ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนาศักยภาพสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะช่วยเอื้อต่อการขยายตัวทางการค้าชายแดนในพื้นที่นี้

ศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์และการค้าชายแดน มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จับมือกับกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนการสร้างความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดนให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยร่วมมือกับหน่วยงานในจังหวัด เช่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ภาคเอกชน หอการค้าจังหวัดเลย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และสภาเกษตรจังหวัดเลย ในพื้นที่ชายแดน ไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้สร้างรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนแนวใหม่เรียกว่า “เลยโมเดล” เพื่อเป็นแนวในการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทย จัดกิจกรรม Foreign Trade Capacity Building and People Connec tivity ภายใต้โครงการ “การพัฒนาผู้ประกอบ การโลจิสติกส์การท่องเที่ยว การเกษตรและการค้าชายแดน” จังหวัดเลย ประเทศไทย และแขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีกิจกรรม 2 ส่วน คือ อบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ประกอบการโลจิสติกส์และการค้าชายแดน จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และอุตรดิตถ์ เพื่อเพิ่มความรู้ด้านการค้าต่างประเทศเตรียมพร้อมที่จะสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ จับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

โดยเดินทางไปทำกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่ แขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีท่านยรรยง ศรีประเสริฐ รองเจ้าแขวงเมืองไชยบุรี และนายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ของนักธุรกิจไทย-ลาว ในกิจกรรมดังกล่าวมีนักธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานของรัฐและสภาการค้าไทย-ลาว รวม 85 คน ได้มีการพบปะแลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือทางธุรกิจในกลุ่มต่าง ๆ มีนักธุรกิจลงนามจับคู่ธุรกิจในกิจกรรมครั้งนี้ 10 คู่ ประกอบด้วย ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ 1 คู่ ธุรกิจด้านอาหารแปรรูป 2 คู่ ธุรกิจด้านค้าวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ 2 คู่ ธุรกิจด้านความงาม 1 คู่ คอมพิวเตอร์ 1 คู่ โรงงานน้ำแข็ง 1 คู่ ธุรกิจการเกษตร 1 คู่ และธุรกิจด้านโลจิสติกส์การท่องเที่ยว 1 คู่ นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า คาดว่าจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจชายแดนในอนาคต กิจกรรมดังกล่าวได้สร้างความร่วมมือทางโลจิสติกส์และการค้าชายแดนให้กับผู้ประกอบการใน 2 ประเทศ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก และคาดว่าในช่วงต่อไปจะมีการขับเคลื่อน “เลยโมเดล” ไปพื้นที่และแขวงอื่น ๆ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกต่อไป

ที่มา : www.dailynews.co.th