เปิดมุมมอง "ซีอีโอ" ยักษ์ไอที ปี 62

 

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทยฯ และภูมิภาคอินโดนจีน กล่าวว่า คุณสมบัติขององค์กรที่จะประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ดิจิตอล ประกอบด้วย Hyper-Aware โดยการเชื่อมต่อของสิ่งของต่าง ๆ ทำให้เกิดขึ้นมูลขึ้นมหาศาล ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด

เพื่อให้รู้และเข้าใจทุกสิ่งอย่างทุกการเคลื่อนไหวของข้อมูล, การคาดการณ์ หรือ เอไอ เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต และปราดเปรียว คล่องแคล่ว หรือ Agile สามารถปรับตัว เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว โดยแนวการปฏิบัติการขององค์กรขนาดใหญ่ไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า ภาคของธนาคารจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่แนวทางของเทคโนโลยีที่สำคัญ โดยบล็อกเชนจะมีการเติบโตกว่า 110% ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะมีการเติบโตกว่า 108% และหุ่นยนต์ หรือ โรโบติกส์ จะมีการเติบโต 84%

ภาคอุตสาหกรรมผลิตมีการพูดถึงอุตสาหกรรม 4.0 อย่างกว้างขวางในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและมีการจัดสรรงบประมาณกว่า 52% ไว้ลงทุนด้านดิจิตอล จากเดิมมุ่งเน้นการลงทุนเครื่องจักร ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมผลิตมีการลงทุนไอที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรและลดต้นทุน เช่น ปูนซีเมนต์นครหลวง การติดเซ็นเซอร์ หรือ IoT ตรวจจับการทำงานของเครื่องจักร เพื่อการบำรุงรักษาเครื่องจักรและยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร

ด้าน นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า งานวิจัยที่ไมโครซอฟท์จัดทำขึ้นร่วมกับไอดีซี ระบุว่า เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และอินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ IoT เป็นนวัตกรรมอันดับ 1 ที่กำหนดทิศทางในอนาคตของธุรกิจทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ทั้งนี้ ประเมินว่า ประเทศไทยมีโอกาสจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI มาช่วยพลิกธุรกิจในยุคดิจิตอลดิสรัปชัน กลุ่มที่มองว่าจะเริ่มลงทุนนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในปี 2562 คือ กลุ่มองค์กรขนาดกลาง ซึ่งมุมมองของไมโครซอฟท์ นั้นมองว่า การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ขององค์กรขนาดกลาง มีด้วยกัน 2 แนวทาง คือ การนำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในตลาดมาประยุกต์ให้เร็วที่สุด หรือ การสร้างเทคโนโลยีของตัวเองที่มีความเป็นเฉพาะตัวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

 

ที่มา: thansettakij.com