เร่งสปีด ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘เมกาซิตี้’ เสริมแม็กเนตรับศึกค้าปลีกโซนตะวันออก

“เมกาบางนา” เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ “เมกา ซิตี้” ชูจุดขาย Meeting Place ทั้งกิน ช็อป เที่ยว เผยทุ่มงบกว่า 1,600 ล้านยกเครื่องเสริมแม็กเนตเอ็ดดูเทนเมนต์ทั้งฮาร์เบอร์แลนด์, มูฟเมนต์เพลย์กราวด์, เมกา สมาร์ทคิดส์, เมกาพาร์ก ขณะที่ร้านแบรนด์ดังจ่อรอเข้าเสียบอีก 40-50 ร้าน

การแข่งขันของค้าปลีกย่านกรุงเทพฯตะวันออกระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อทุนยักษ์ทั้งกลุ่มเซ็นทรัล และสยามพิวรรธน์ ผู้บริหารสยามพารากอนและไอคอนสยาม ประกาศปักหมุดเข้ามาลงทุนเอาต์เลตมอลล์ และพร้อมเปิดให้บริการในปีนี้ ส่งผลให้เจ้าถิ่นอย่าง “เมกาบางนา” ที่เตรียมแผนรองรับอยู่แล้ว ต้องเร่งสปีดให้เร็วขึ้น

นางสาวปพิตชญา  สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า จากเดิมที่มีแผนพัฒนาสู่ “เมกา ซิตี้” ด้วยระยะเวลา 14 ปี ณ ขณะนี้แผนการลงทุนและพัฒนาพื้นที่ที่เดินหน้าอย่างหนักในปีก่อนต่อเนื่องมายังปีนี้ถือว่าเร็วกว่าดีและเร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ทำให้เชื่อว่าการทรานส์ฟอร์มสู่เมกา ซิตี้จะสำเร็จสมบูรณ์ได้ภายในระยะเวลา 10 ปี (นับจากปี 2560) ส่งผลให้เมกา ซิตี้ เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ริมถนนบางนา - ตราด รวมมูลค่าโครงการกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท
 
สำหรับแผนลงทุนในปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาทในการพัฒนาและเพิ่มแม็กเนตใหม่ เพื่อตอกยํ้าความเป็น Meeting Place ในด้านกิน เที่ยว ช็อป โดยทยอยเปิดตัวส่วนต่อขยายโซนเอ็ดดูเทนเมนต์ ได้แก่ เมกาพาร์ก โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และจะเปิดอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนเมษายน โดยภายในประกอบด้วยพื้นที่สีเขียวเหมาะสำหรับการออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น พื้นที่พักผ่อนสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง และร้าน Pet Club ที่จะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ยังมีฮาร์เบอร์แลนด์ สนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย บนพื้นที่กว่า 8,500 ตารางเมตร และมูฟเมนต์เพลย์กราวด์ โซนกีฬากลางแจ้งกว่า 1 ไร่ ที่รองรับเทรนด์เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต และการแข่งขันรูปแบบนินจาวอริเออร์ โดยทั้ง 2 ส่วนจะเปิดในเดือนเมษายนนี้ขณะที่โซนเมกา สมาร์ทคิดส์ ได้ขยายพื้นที่จากเดิม 5,000 ตร.ม.เพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นตร.ม. พร้อมเพิ่มโรงเรียนกวดวิชาและเสริมทักษะใหม่ๆ เข้ามารวมกว่า 17 สถาบัน ด้วย
“ในปีที่ผ่านมาเมกาบางนา ได้ปรับเพิ่มร้านค้าต่างๆเข้ามากว่า 100 แบรนด์ทั้งกลุ่มร้านแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์ แฟล็กชิพสโตร์ รวมถึงร้านอาหารชื่อดังในโซนเมกา ฟู้ดวอล์ก ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก เห็นได้จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นราว 10%
อย่างไรก็ดีขณะนี้มีร้านค้าต่างๆ ที่สนใจเข้ามาเปิดให้บริการในเมกาบางนาอีกกว่า 40-50 ร้านทั้งร้านกาแฟ ร้านเทปันยากิ ร้านสปอร์ตแฟชั่น ฯลฯ ซึ่งบริษัทจะพิจารณาในการคัดสรรแบรนด์ที่เหมาะสม ขณะที่ร้านค้าเดิมก็จะส่งเสริมให้มีการรีโนเวตร้านเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ พร้อมกับเพิ่มไลน์สินค้าให้หลากหลายด้วย
สำหรับในปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่เมกาบางนาราว 46 ล้านคนหรือเฉลี่ย 3.8 ล้านคนต่อเดือน ขณะที่ในเดือนมกราคม 2562 พบว่ามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่ม 5% โดยเฉลี่ยลูกค้าจะเข้ามาใช้จ่ายภายในศูนย์นาน 4 ชม.ต่อวันในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่วันธรรมดาลูกค้าจะอยู่ในศูนย์ราว 90-120 นาทีต่อวัน ดังนั้นการเสริมแม็กเนตใหม่ๆ เข้ามาจะช่วยทำให้ลูกค้าใช้ชีวิตและใช้จ่ายในศูนย์นานและมากขึ้นด้วย โดยในปีนี้บริษัทจะใช้งบการตลาดเพิ่มขึ้น 20% ในการทำอีเวนต์ต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาในศูนย์มากขึ้น และตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 20% โดยรายได้หลักจะมาจากค่าเช่าพื้นที่
ที่มา : http://www.thansettakij.com