กรมฝนหลวงฯพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว คลี่คลายมลพิษฝุ่น

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 4 หน่วยปฏิบัติการ เตรียมพร้อมทำฝนช่วยคลี่คลายปัญหามลพิษฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    รวมถึงบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562  เวลา 10.00 น.นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจำนวน 4 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง นครสวรรค์ พิษณุโลก และขอนแก่น เพื่อปฏิบัติภารกิจการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 และ PM10 ที่มีค่าเกินมาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่ในแถบจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร อยุธยา ราชบุรี แพร่ ลำปาง ตาก และขอนแก่น

โดยจากการติดตามข้อมูลปริมาณค่าคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อเวลา 09.00 น. ในภาพรวม พบว่า บริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก แต่มีบริเวณพื้นที่จังหวัดสระบุรีและนครสวรรค์ที่อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สระบุรี PM2.5 =129 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, PM10 = 49 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นครสวรรค์ PM2.5  = 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) สำหรับทางภาคเหนือ บริเวณพื้นที่จังหวัดตาก คุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐาน (PM2.5 = 48 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) จังหวัดแพร่อยู่ในเกณฑ์เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (PM2.5 = 68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) จังหวัดลำปางอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ   (PM2.5 = 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นที่จังหวัดขอนแก่นอยู่ในเกณฑ์   มีผลกระทบต่อสุขภาพ (PM2.5 =146 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, PM10 = 97 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และจังหวัดเลยอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (PM2.5 =110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, PM10 = 81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

โดยจากการติดตามข้อมูลปริมาณค่าคุณภาพอากาศข้างต้นประกอบกับผลการตรวจวัดสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 จาก 6 สถานี ได้แก่ สถานีเรดาร์ฝนหลวงสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สถานีฯ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ สถานีฯ โพธาราม จังหวัดราชบุรี สถานีฯ ร้องกวาง จังหวัดแพร่ สถานีฯ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา และสถานีฯ บ้านผือ จังหวัดอุดรธานี พบว่า ผลการตรวจ    สภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ (ระดับการก่อเมฆ) 86% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 47% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -0.1 ซึ่งยังไม่เข้าเกณฑ์สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวง รวมถึงในช่วงเช้าวันนี้บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง จึงขอติดตามคุณภาพอากาศและสภาพอากาศในบริเวณดังกล่าว หากมีปริมาณค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานและสภาพอากาศเหมาะสม กรมฝนหลวงฯ จะพิจารณาวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการต่อไป

สำหรับที่สถานีฯ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ (ระดับการก่อเมฆ) 51% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 68% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -2.7 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสามารถขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงได้ ซึ่งทางกรมฝนหลวงฯ ขอติดตามสภาพอากาศในระหว่างวันอีกครั้ง เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่มั่นใจมากขึ้นสำหรับการช่วยเหลือบริเวณพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนสถานีฯโพธาราม จังหวัดราชบุรี สถานีฯ ร้องกวาง จังหวัดแพร่ สถานีฯ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา และสถานีฯ บ้านผือ จังหวัดอุดรธานี มีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ (ระดับการก่อเมฆ) 69% (โพธาราม) 27% (ร้องกวาง) 53% (พิมาย) 33% (บ้านผือ) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 37% (โพธาราม) 18% (ร้องกวาง) 43% (พิมาย) 50% (บ้านผือ) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -1.4 (โพธาราม) 11.8 (ร้องกวาง) 0.5 (พิมาย) 10.6 (บ้านผือ)ซึ่งยังไม่เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติการฝนหลวง ดังนั้น กรมฝนหลวงฯ จึงต้องติดตามสภาพอากาศ ระหว่างวันต่อเนื่องถึงช่วงบ่าย หากมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เหมาะสมก็จะรีบขึ้นบินปฏิบัติการทันที

อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านอากาศยาน นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ รวมถึงยังมีจิตอาสาที่เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยคลี่คลายสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งทางกรมฝนหลวงฯ ขอขอบคุณกำลังใจ การช่วยเหลือ และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ตลอดจนเรื่องการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรสมาคมชาวไร่อ้อยที่กำลัง   อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดแพร่ จึงขอให้พี่น้องเกษตรกร    มั่นใจว่า กรมฝนหลวงฯ จะปฏิบัติการโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรที่กำลังเก็บเกี่ยวในขณะนี้ และ   จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
ที่มา : http://www.thansettakij.com