พาณิชย์ชี้ประชุมเอเปคที่ชิลีปีนี้ เน้นเศรษฐกิจดิจิทัล

พาณิชย์ ชี้ประชุมเอเปคที่ชิลีปีนี้ เน้นเศรษฐกิจดิจิทัล  หวังสร้างอนาคตเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืนพาณิชย์ ร่วมเอเปค ระหว่างวันที่ 3-8 มีนาคม 2562 ที่ชิลี เน้น เชื่อมโยงประชาชนเพื่อสร้างอนาคต เน้นสังคมดิจิทัล การบูรณาการ 4.0 สตรี SMEs และการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน

นายสมเกียรติ เตรียมแจ้งอรุณ ผู้จัดการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟ ช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา–มาบตาพุด เปิดเผยในการเปิดการประชุมใหญ่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อสรุปผลการศึกษาโครงการงานศึกษาความเหมาะสมออกแบบรายละเอียดและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟ ช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา–มาบตาพุด ว่า ได้นำเสนอแนวเส้นทางโครงการครอบคลุมพื้นที่ศึกษา 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง โดยเชื่อมต่อพื้นที่อุตสาหกรรมหลักกับ 3 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะทางรวม 200 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟ 5 แบบ ได้แก่ 1) สะพานรถไฟข้ามถนน 2) สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 3) สะพานกลับรถรูปตัวยู และ 4) ทางลอดทางรถไฟ 5) ทางบริการข้างทางรถไฟ ตลอดจนการออกแบบสะพานลอยคนและมอเตอร์ไซค์ข้าม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสัตว์เลี้ยงในการข้ามทางรถไฟ

โดยโครงการนี้ได้มีการออกแบบจุดตัดทางรถไฟ รูปแบบสะพานข้ามถนน 62 จุด สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 52 จุด สะพานกลับรถรูปตัวยู 2 จุด ทางลอดทางรถไฟ 79 จุด และทางบริการข้างทางรถไฟ 12 แห่ง

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟ ช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา–มาบตาพุด ถือเป็นโครงการสำคัญ ที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ EEC และเสริมศักยภาพด้านการเดินทางและขนส่งให้กับพื้นที่จังหวัดข้างเคียง ประหยัดเวลาการเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงระยอง โดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งคนและสินค้ารองรับผู้โดยสารปริมาณ 4 ล้านคน/ปี และรองรับการขนส่งสินค้าปริมาณ 40 ล้านตัน/ปี ในปีเปิดให้บริการ

ทั้งนี้ รฟท. ให้ความสำคัญกับกระบวนการการมีส่วนร่วม โดยได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นในทุกจังหวัดตามแนวเส้นทางโครงการ ได้แก่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ไปเมื่อวันที่ 7-8 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา และจะจัดขึ้นอีก 2 ครั้งที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี ในวันที่ 12-13 มี.ค. 2562

"คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และตามผลการศึกษาพบว่า มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ 19.9% โดยภายหลังการประชุมครั้งนี้ รฟท. จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้เข้าร่วมประชุมไปพิจารณาประกอบในรายงานผลการศึกษา เพื่อเตรียมส่งมอบให้กับกระทรวงคมนาคมดำเนินการต่อไป"

 
 
ที่มา : thansettakij.com