กกร.ยกเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางไมซ์ของเออีซี

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ ผนึกพันธมิตร สสปน.- เดป้า -สกว. และสมาคมการผังเมืองไทยเร่งพัฒนามาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ ประกาศนำกฎบัตรเพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกสาขาขับเคลื่อนพัฒนาเป็นศูนย์กลางไมซ์ของเอเซีย

นายณเพชร คำภีระปัญญา ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ (กกร.เชียงใหม่) เปิดเผยภายหลังการประชุมวาระพิเศษ กกร.เชียงใหม่เพื่อพิจารณาการนำกฎบัตรเชียงใหม่หรือ Chiangmai Charter เป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนว่าวัตถุประสงค์เพื่อนำเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางไมซระดับเอเซียตามวิสัยทัศน์ระยะ 10 ปี

โดย กกร.เชียงใหม่ซึ่งเป็นองค์กรร่วมของภาคเอกชนได้แก่ สภาหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการยกร่างยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ นโยบาย เป้าหมาย และแผนปฏิบัติการเชียงใหม่ 2029 พร้อมเป็นตัวกลางในการนำแผนปฏิบัติการสู่การปฏิบัติร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และภาคส่วนต่างๆ

นายณเพชรกล่าวอีกว่า เพื่อให้การดำเนินการยกร่างกฎบัตรเป็นไปตามมาตรฐาน สามารถระดมข้อคิดเห็นพร้อมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กกร.จึงจัดตั้งคณะกรรมการกฎบัตรเชียงใหม่โดยมีตนเป็นประธาน มีรองประธานจำนวน 3 คนประกอบด้วย นายไพรัช โตวิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรอ.เชียงใหม่ นายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และนายทศพร พนัสอำพล และคณะกรรมการจากผู้แทนภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก คมนาคมขนส่ง ขนส่งมวลชน อุตสาหกรรม หัตถกรรม เกษตร อาหารปลอดภัย การจัดการสิ่งแวดล้อม และภาคการศึกษาที่เป็นมหาวิทยาลัยทั้ง 5  แห่ง อีก 15 ท่าน

ทั้งนี้ คณะกรรมการจะจัดประชุมใหญ่กฎบัตรครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 เมษายน 2562 โดยจะเชิญผู้แทนของส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (เดป้า) สำหรับผู้แทนภาคเอกชน ได้แก่ ผู้จัดการทุกสายการบิน ผู้บริหารศูนย์การประชุมนานาชาติเชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม สมาคมมัคคุเทศน์ ผู้จัดการรถขนส่งมวลชน RTC ผู้แทนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ และเรียนเชิญนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

ด้านนายไพรัช โตวิวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการกฎบัตรเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่มีความพร้อมในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางไมซ์ของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (เออีซี) เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานตามมาตรฐานไมซ์ครบถ้วน ได้แก่ มีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าที่รองรับการจัดประชุมนานาชาติหรือ convention ได้มากถึง 3 หมื่นคน สามารถรองรับกิจกรรมการแสดงสินค้าทั้งในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 และโรงแรมหรือสถานที่จัดกิจกรรมประเภทต่างๆ นอกจากนั้น เชียงใหม่ยังมีโรงแรมที้พักสำหรับผู้ประชุมพร้อมผู้ติดตามอีก 6 หมื่นกว่าห้องพัก ซึ่งในอดีตเชียงใหม่เคยประสบความสำเร็จในการจัดประชุมงานพืชสวนโลก โดยการจัดงานในครั้งนั้นได้รองรับผู้เข้าชมงานสูงถึง 5 ล้านคน สามารถเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจแก่ธุรกิจท้องถิ่นและธุรกิจท่องเที่ยวได้ถึง 3 เท่าในช่วงของการจัดงาน

สำหรับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของไมซ์นั้น นอกจากด้านโครงสร้างพื้นฐานหลักอย่างศูนย์การประชุมและโรงแรมที่พักแล้ว เชียงใหม่ยังมีผลิตภัณฑ์และบริการสนับสนุนอีกมาก ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเขตอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าและพื้นที่สวนรุกขชาติและสวนป่าของภาคเอกชน นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ฟาร์มเกษตรอาหารปลอดภัย

ซึ่งพร้อมเป็นสถานที่จัดประชุมย่อย ดูงาน และประกอบกิจกรรมไมซ์ตามวัตถุประสงค์ ไม่รวมแหล่งหัตถกรรมพื้นถิ่น แหล่งการแสดงประเพณีวัฒนธรรมซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกอำเภอของจังหวัดเขียงใหม่

นอกจากนั้น ในปีงบประมาณ 2562 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ยังได้สนับสนุนให้คณะนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่วิจัยแผนแม่บทพัฒนาเชียงใหม่เอ็กซ์โป ซึ่งตามแผนการศึกษาจะได้ทบทวนความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบการไมซ์และโครงสร้างพื้นฐานเอ็กซ์โปอีกครั้ง อีกทั้งจะมีการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดกิจกรรมขนาดกลางและใหญ่ประเภทต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อนำร่องไปสู่การจัด Chiangmai International Expo ที่จะเริ่มในปี 2565 รวมทั้งการออกแบบแผนแม่บทพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการไมซ์บริเวณย่านนิมมานเหมินท์ หรือ Nimman MICE Special Districts เพื่อให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ของไทยและของเออีซีอย่างสมบูรณ์

ด้านนายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ในการออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคม (SG-ABC) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า กฎบัตรเชียงใหม่จะเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการปรับเปลี่ยน (Transform) และบูรณาการ (Integrate) แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจากการที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดมาเป็นการดำเนินการและรับผิดชอบร่วมในการยกร่างและการนำแผนสู่การปฏิบัติ ซึ่งโครงการ SG-ABC จะให้การสนับสนุน กกร.เชียงใหม่ในการพัฒนากฎบัตรและจัดทำแผนปฎิบัติการเชียงใหม่ (Chiangmai Action Plan) อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขั้นตอนการศึกษารวบรวมข้อมูลเพื่อจัดสร้างข้อมูลฐานจังหวัด (Chiangmai Baseline) การวิเคราะห์ทางเลือกการพัฒนา (Scenario Analysis) และการจัดทำแผนปฎิบัติการ

จากการประชุมครั้งที่ 1 มีความเห็นให้ใช้ไมซ์และเศรษฐกิจสีเขียว (MICE & Green Economy) ขับเคลื่อนพัฒนาตามกฎบัตร โดยมีสาขาการพัฒนาสำคัญๆ เช่น สาขาการจัดการฝุ่นควันและมลภาวะ สาขามรดกโลก สาขาเกษตรและอาหารปลอดภัย สาขานวัตกรรมสุขภาพ สาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งในการประชุมวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการกฎบัตรจะสรุปวิสัยทัศน์ นโยบาย และสาขาการพัฒนาอีกครั้ง"

ที่มา : http://www.thansettakij.com