ทัพจีน หนีเทรดวอร์ ดันยอดขายนิคมฯอีอีซี 6เดือนพุ่ง 1.3 พันไร่

กนอ.เผยยอดเช่าและขายที่ดินในพื้นที่อีอีซีช่วง 6 เดือนงบประมาณปี 2562 พุ่ง 1,328 ไร่ ชี้นักลงทุนหนีสงครามการค้าย้ายฐานผลิตมาไทย คาดทั้งปียอดขายเป็นไปตามเป้าที่ 3.5 พันไร่ เล็งเปิดนิคมฯร่วมดำเนินการอีก 6 แห่ง รองรับการลงทุนกว่า 1 แสนไร่

 

จากนโยบายขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ที่เริ่มเห็นความชัดเจน และเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่คาดว่าจะมีการลงนามร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในเดือนมิถุนายน 2562 นี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าจีน-สหรัฐอเมริกา ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนทยอยเข้ามาสำรวจพื้นที่และเข้ามาจัดซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมนางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกนอ.ในภาพรวมของการลงทุนช่วง 6 เดือน ปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) มียอดขายและเช่าพื้นที่นิคมฯ 1,339 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ตุลาคม 2560 -  มีนาคม 2561) จำนวน 525 ไร่ หรือคิดเป็น 5.25% มูลค่าลงทุนรวม 8,593 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว เป็นพื้นที่นิคมฯในอีอีซีถึง 1,328 ไร่ นิคมฯนอกพื้นที่อีอีซี จำนวน 11 ไร่ ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มอีก ประมาณ 1,585 คน กลุ่มประเทศที่เข้ามา 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในอีอีซี เกือบทั้งหมดจะเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง S-Curve และNew S-Curve ที่ได้แรงหนุนจากนักลงทุนจีนต้องการใช้ไทยเป็นฐานหรือขยายกำลังการผลิต หลังจากได้ผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐอเมริกา ที่ได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นไป จะเห็นกลุ่มนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนรอบ 2 ทำให้สงครามการค้ามีความรุนแรงมากขึ้นเป็นแรงกระตุ้นให้นักลงทุนจีนตัดสินใจที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งไทยถือเป็นประเทศเป้าหมาย ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีให้ยอดขายและเช่าที่ดินทั้งปีของ กนอ.เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 3,500 ไร่

นางสาวสมจิณณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินงานนิคมฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.ทั้งนิคมฯบริหารงานเอง และนิคมฯร่วมดำเนินงานในพื้นที่นิคมฯ 55 แห่ง 16 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมพื้นที่ประมาณ 165,608 ไร่ มีนิคมฯที่เปิดดำเนินการแล้ว 49 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาเปิดดำเนินการอีก 6 แห่ง ได้แก่ 1. นิคมฯคอสมิค จ.ระยอง 2.นิคมฯบ่อทอง 33 จ.ปราจีนบุรี 3.นิคมฯโรจนะแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 4.นิคมฯเวิลด์ ฟู้ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ จ.อ่างทอง 5.นิคมฯ ซีพีจีซี จ.ระยอง 6.นิคมฯ แพรกษา จ.สมุทรปราการ รวมพื้นที่ 165,608 ไร่ พื้นที่สำหรับขาย/เช่า ประมาณ 109,884 ไร่ โดยปัจจุบันกนอ. มีพื้นที่ขาย/เช่าแล้วทั้งสิ้น 90,222 ไร่ และมีพื้นที่คงเหลือ ประมาณ 19,662 ไร่ มูลค่าการลงทุนในภาพรวม ประมาณ 3.8 ล้านล้านบาท มีการจ้างงานรวม 479,583 คนที่มา: prachachat.net

 

 

ภาพ: โพสต์ทูเดย์