บมจ.การบินไทย (THAI) และบมจ. ปตท.(PTT) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือทางธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันยกระดับขีดความสามารถการบูรณาการธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางอากาศในระดับประเทศและภูมิภาคอย่างครบวงจร

นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THAI เปิดเผยว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญและความพร้อม ทั้งในด้านเที่ยวบินขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ (Freighter) กิจการคลังสินค้า (Cargo Warehouse) กิจการให้บริการระบบสนับสนุนการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ (Commercial Platform) และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ ปตท. เป็นองค์กรชั้นนำขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพและขีดความสามารถสูง

สำหรับรูปแบบการร่วมมือระหว่างการบินไทยกับปตท.นั้นจะรอผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อน โดยอาจจะเป็นการร่วมทุนในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) คาดว่าจะสรุปภายใน1 ปี จะมีความชัดเจนในเรื่องวงเงินที่จะลงทุน และโครงสร้างการร่วมทุนต่าง ๆ

ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากเป็นการแสวงหาโอกาสและต่อยอดทางธุรกิจร่วมกันยังแสดงถึงความเชื่อมั่นต่อการบินไทยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการขนส่งสินค้าและบริการ รวมทั้งก่อให้เกิดการพัฒนาทางธุรกิจ อันจะนำไปสู่การผสานความร่วมมือระหว่างองค์กร (Synergy) ในมิติด้านต่างๆ ในอนาคต อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สร้างโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรของภูมิภาคอาเซียน

นายสุวรรธนะ กล่าวว่า ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การขนส่งผู้โดยสารมีข้อจำกัด แต่การขนส่งสินค้าทางอากาศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เติบโตมาตลอด ซึ่งรายได้จากคาร์โก้ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้บริษัทมาตลอด 2 ปีที่ผ่าน โดยเฉลี่ยในแต่ละเที่ยวบินจะมีสัดส่วนรายได้จากคาร์โก้ 70% และผู้โดยสาร 30% แต่หากในอนาคตการขนส่งผู้โดยสารกลับสู่ปกติรายได้ทั้งสองทางก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ส่วนด้านคาร์โก้ หากมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น คณะทำงานจะศึกษาในการปรับปรุงเครื่องบินโดยสารที่มีศักยภาพให้เป็นเที่ยวบินขนส่งสินค้าหรือ Freighter โดยเฉพาะเพื่อรองรับ เช่น เครื่องบินโบอิ้ง B 777 เครื่องบิน แอร์บัส B330 เป็นต้น

นอกจากนี้ การบินไทยมีคลังสินค้า ในเขตพื้นที่ฟรีโซนที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีแนวโน้มในการขยายและพัฒนาการบริหารจัดการได้อีกมาก ขณะที่ ปตท.มีลูกค้าและมีเทคโนโลยี มีระบบโลจิสติกส์ที่จะเข้ามาร่วมมือกันได้

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า ในด้านธุรกิจโลจิสติกส์ ปตท. มีนโยบายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงการบริหารคลังสินค้า ควบคู่กับการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์ม ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ประสบความสำเร็จได้

ปตท. จึงมีเป้าหมายสู่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องแบบครบวงจร (Third Party Logistics) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ โดย ปตท. และการบินไทย จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถธุรกิจโลจิสติกส์ของไทย ให้เติบโตและแข็งแกร่ง พร้อมเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นการร่วมกันสร้างประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนได้ต่อไป

Cr ภาพ: nationtv.tv

Cr ข่าว: ryt9.com