ครม. อนุมัติกัลฟ์-ปตท.ปิดดีล “แหลมฉบังเฟส 3” วงเงิน 2.9 หมื่นล้าน

ครม. อนุมัติกัลฟ์-ปตท.ปิดดีล “แหลมฉบังเฟส 3” วงเงิน 2.9 หมื่นล้าน

ครม.เคาะปิดดีล”แหลมฉบังเฟส 3 ท่าเทียบเรือ F” กับกลุ่ม GPC แล้ว สรุปผลตอบแทนที่ 2.9 หมื่นล้านต่ำกว่าราคากลางแต่รับได้ ก่อนย้อนไทม์ไลน์ดันประมูล 2 รอบ ถกผลประโยชน์รัฐอีก 6 รอบ แจงราคาเสนอคลุมความเสี่ยงรัฐแล้ว เผยไม่ประมูลใหม่ เพราะต้องเสียเวลาเพิ่มอีก 2 ปี

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2564 น.ส.ไตรศุลี​ ไตรสรณกุล​ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​กล่าวว่า​ คณะรัฐมนตรี(ครม.)​อนุมัติผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินขั้นต่ำที่ภาครัฐจะได้รับของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 1 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.)​เสนอ

โดยค่าสัมปทานคงที่เท่ากับมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV)ที่ 29,050 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปร​ ที่ 100 บาท/TEU ซึ่งค่าสัมปทานคงที่ดังกล่าวต่ำกว่าผลประโยชน์ตอบแทนที่รัฐคาดหมายตามมติคณะรัฐมนตรี​เมื่อวันที่​ 30​ ต.ค. 2561 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ประมาณ 32,225 ล้านบาท

 

ย้อนไทม์ไลน์ประมูล 2 รอบ

ทั้งนี้สกพอ.รายงานว่า ในการเปิดเชิญชวนให้เอกชนร่วมลงทุนครั้งที่ 1 มีมายื่นเอกสารข้อเสนอ 1 ราย แต่ขาดหลักประกันซอง คณะกรรมการคัดเลือกจึงมีมติว่าไม่ผ่านการประเมิน ส่วนครั้งที่ 2 มีเอกชนยื่นข้อเสนอ 2 ราย มีผู้ผ่านการประเมิน 1 ราย คือกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC (ประกอบด้วย บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์, บจ. พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล (PTT TANK) และ บจ. ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง)

 

เผยถก 6 รอบกว่าจะจบ

โดยการประเมินข้อเสนอซองที่ 4 ด้านผลประโยชน์ตอบแทนนั้น กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ได้เสนอให้ค่าสัมปทานคงที่คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) ที่ 12,051 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปรที่ 100 บาท/TEU ซึ่งค่าสัมปทานคงที่ดังกล่าวต่ำกว่าที่รัฐคาดหมายตามมติคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการคัดเลือกจึงได้เจรจาผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินกับกลุ่มกิจการร่วมค้าGPC จำนวน 6 ครั้ง โดยข้อเสนอสุดท้ายอยู่ที่ค่าสัมปทานคงที่ 29,050 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปรคงเดิมที่ 100 บาท/TEU

ขณะเดียวกันทางการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และสกพอ.ได้เสนอความเห็นร่วมกันว่า ผลตอบแทนโครงการเฉพาะส่วนของท่าเทียบเรือF จะมีอัตราผลตอบแทนทางการเงิน(FIRR)อยู่ที่ร้อยละ 11.01 และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV ) อยู่ที่ 30,032 ล้านบาท

และหากนำมูลค่าที่ดินของกทท. มาคำนวณเป็นมูลค่าสุดท้าย(Terminal Value) จะมีอัตราผลตอบแทนทางการเงินอยู่ที่ร้อยละ 11.54 และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิอยู่ที่ 39,959 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่ดีสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ข้อเสนอเอกชนคลุมความเสี่ยง

ส่วนความเสี่ยงด้านผลตอบแทนต่อเงินลงทุนของกทท. นั้น เนื่องจากมูลค่าเงินลงทุนก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลงฉบัง ระยะที่ 3 ต่ำกว่าวงเงินลงทุนที่ได้ประมาณการไว้ รวม 5,161.06 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการลงทุนท่าเทียบเรือ F เหลือ 13,786.67 ล้านบาท จากเดิม 15,954.74 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนของการลงทุนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยในส่วนของท่าเรือF ตามหลักการการคำนวณเป็น 27,845 ล้านบาท ดังนั้น ข้อเสนอสัมปทานคงที่ของเอกชนจึงครอบคลุมความเสี่ยงด้านผลตอบแทนต่อเงินลงทุนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้

ไม่ประมูลใหม่ เพราะเสียเวลาอีก 2 ปี

นอกจากนี้หากต้องมีการคัดเลือกเอกชนใหม่ จะมีผลกระทบต่อการเปิดดำเนินการของท่าเทียบเรือ F อาจล่าช้าไป 2 ปี จึงมีความเสี่ยงที่ท่าเรือแหลมฉบังจะไม่สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าได้ รวมถึงข้อจำกัดในการรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ของท่าเรือในปัจจุบัน และกรณีที่มีการถมทะเลแล้วเสร็จแต่ไม่มีการร่วมลงทุนสร้างท่าเทียบเรือได้ทันที จะทำให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงโครงสร้างในส่วนดังกล่าว รวมทั้งภาครัฐยังมีความเสี่ยงที่จะไม่มีเอกชนยื่นข้อเสนอหรือเสนอผลตอบแทนต่ำกว่าเดิม เนื่องจากการระบาดของโควิด-19

Cr: prachachat.net

Leave a comment



The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info