ความร่วมมือ ‘จีน-อาเซียน’ ยุคหลังโควิด-19

ความร่วมมือ ‘จีน-อาเซียน’ ยุคหลังโควิด-19

โควิด-19″ ส่งแรงกระเพื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียน จากมาตรการปิดประเทศทำให้การค้าและการท่องเที่ยวถูกปิดกั้น ดังนั้นโลกยุคหลังโควิด-19 อาเซียนจำเป็นต้องทบทวนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียนมากขึ้น

ผมได้รับเชิญให้กล่าวปาฐกถาผ่านระบบออนไลน์ในการประชุม International Forum for New Inclusive Asia 2020 (IFNIA 2020) จัดโดย Centre for New Inclusive Asia ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับ Institute of the Belt and Road Initiative แห่งมหาวิทยาลัยซิงหัว ประเทศจีน Center for Global & Strategic Studies ประเทศปากีสถาน และ Verite Research ประเทศศรีลังกา

โดยประเด็นหลักของการประชุมในปีนี้คือ “BRI-Impact of the COVID-19 Pandemic, Changing Reality and the Way Forward” และหัวข้อที่ผมบรรยายคือ “China-ASEAN Cooperation in the Post Pandemic Era”

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดูเหมือนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียน มาตรการปิดเมืองและปิดพรมแดน ได้ปิดกั้นการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างกัน รวมทั้งทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกขาดตอน ทำให้บรรษัทข้ามชาติกระจายความเสี่ยงโดยใช้ China Plus One Strategy ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังอาเซียนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี โควิดทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนมากขึ้น ผลักดันให้จีนร่วมมือกับอาเซียนมากขึ้นในหลายด้าน ทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงถดถอย ทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่ประเทศในอาเซียนต้องพึ่งพามากขึ้น

ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียนต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ การขาดดุลทางการค้าต่อประเทศจีน และความไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการภายใต้ความริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) ขณะที่รัฐบาลจีนมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ต้องลดวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และหันมามุ่งเน้นตลาดในประเทศมากขึ้น ด้วยนโยบาย “Dual Circulation”

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างความท้าทายแก่อาเซียน เนื่องจากภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจ รัฐบาลจีนได้เสนอความช่วยเหลือและผลักดันให้บริษัทขนาดใหญ่ของจีนให้ความช่วยเหลือทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่วอชิงตันจะเข้ามามีส่วนร่วมกับภูมิภาคนี้มากขึ้น เช่น การกีดกันสมาชิกอาเซียนจากการเข้าร่วมธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) และการเข้าถึงเทคโนโลยีของจีน และการออกกฎหมายและการริเริ่มต่างๆ เพื่อกีดกันอิทธิพลของจีน

โลกยุคหลังโควิด-19 อยู่ในบริบทที่ผมเรียกว่า Pandemic New Normal ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากขึ้นจากการเกิดโรคระบาดถี่ขึ้น อาเซียนจำเป็นต้องทบทวนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียน

จาก ‘การเติบโต’ สู่ ‘ความมั่นคง’

ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของโลก ทำให้ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้านเสถียรภาพและความมั่นคงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความร่วมมืออาเซียนกับจีนควรมุ่งเน้นการสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น เช่น การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า เพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศมากขึ้น การปรับโครงสร้างการอุตสาหกรรมให้หลากหลายมากขึ้น การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้ยืดหยุ่นและมีทางเลือกของซัพพลายเออร์มากขึ้น การร่วมมือกันพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าระหว่างประเทศ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูง

จาก ‘โครงสร้างพื้นฐานกายภาพ’ สู่ ‘โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม’

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ แต่ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมควบคู่ไปด้วย เนื่องด้วยเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้น ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำจะรุนแรงมากขึ้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากโรคระบาด และจากปัจจัยด้านอื่นๆ จะทำลายระบบเดิม และทำให้สมรรถนะแบบเดิมไม่สามารถแข่งขันได้

ความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียน จึงควรให้น้ำหนักกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมมากขึ้น อาทิ การพัฒนาทุนมนุษย์ การพัฒนาชนบท การพัฒนาภาคเกษตร การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาฐานข้อมูลประชาชนและเศรษฐกิจนอกระบบ เป็นต้น

จาก ‘บนลงล่าง’ สู่ ‘ล่างขึ้นบน’

โครงการลงทุนภายใต้ความริเริ่มแถบและเส้นทางได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นการริเริ่มโดยรัฐบาลปักกิ่งและรัฐบาลของประเทศผู้รับการลงทุน โดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาดังที่กล่าวแล้ว นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับองค์กรและประชาชนยังมีความจำกัด ทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนในประเทศไม่ได้รับประโยชน์จากความร่วมมือเท่าที่ควร ในสถานการณ์หลังโควิดที่เศรษฐกิจโลกถดถอย ทำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และเงินลงทุนระหว่างประเทศมีจำกัดมากขึ้น

ที่มา : bangkokbiznews.com

Leave a comment



The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info