"กรมการขนส่งทางบก" เตรียมชงคมนาคม-ครม. เห็นชอบ เอกชนร่วมลงทุนศูนย์ขนส่งสินค้านครพนม วงเงิน 1,361 ล้านบาท คาดเซ็นสัญญาเดือน ก.พ.-มี.ค. 66 ลุยก่อสร้างให้แล้วเสร็จปี 68 หนุนขนส่งสินค้าเชื่อมลาว-เวียดนาม-จีน

รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แจ้งว่า ความคืบหน้าโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า จ.นครพนม วงเงินรวม 1,361 ล้านบาท พื้นที่ 121 ไร่ หลังจากได้บริษัท สินธนโชติ จำกัด เป็นผู้ชนะในการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP Net cross) แล้ว ขบ. จัดทำร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชน เสนอสำนักงานอัยการสูงสุดผ่านความเห็นชอบเรียบร้อย หลังจากนั้นเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความเห็นเสร็จแล้ว

ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อสรุปเสนอกระทรวงคมนาคมรับทราบ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 66 จากนั้นจะส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเข้ามาดำเนินการก่อสร้างในส่วนเฉพาะของเอกชนที่ต้องดำเนินการได้ภายใน 180 วัน หลังจากลงนามสัญญา โดยเอกชนต้องดำเนินการ เช่น อาคารคลังสินค้า อุปกรณ์เครื่องมือการใช้งาน รวมทั้งการก่อสร้างอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้ในพื้นที่ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 68 และเปิดให้บริการต่อไป

ทั้งนี้ เอกชนที่เข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบลงทุนค่าก่อสร้างในองค์ประกอบอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้และเครื่องมือและอุปกรณ์ และเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ในส่วนอาคารที่อยู่ในความรับผิดชอบของเอกชนและโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง รวมทั้งเป็นผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้ ตามรูปแบบการร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ตลอดระยะเวลาโครงการ 30 ปี นับจากปีเปิดให้บริการ

สำหรับศูนย์การขนส่งนครพนม ตั้งอยู่ที่ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม ประชิดด่านพรมแดนนครพนม และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) เมื่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ จะรองรับปริมาณสินค้าได้สูงสุด 164,431 TEUs รองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งกับระบบราง (Shift Mode) ผ่านแนวรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม เพื่อให้มีการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อควบคู่ด้วย   

เนื่องจากศูนย์การขนส่งชายแดนนครพนม ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทย และเป็นประตู (Gateway) การขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ ผ่านเส้นทาง R12 เชื่อมต่อระหว่างไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม-จีนตอนใต้ (นครหนานหนิงมณฑลกวางสี) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นลานเปลี่ยนหัวลาก-หางพ่วง ระหว่างรถบรรทุกไทยกับรถบรรทุกต่างประเทศ ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นพื้นที่รวบรวม และกระจายสินค้าบรรจุตู้คอนเทเนอร์ ช่วยลดปริมาณการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มคัน และรถเที่ยวเปล่า

Cr: dailynews