ด่านระนอง ส่งออก 12 เดือน 3.2 พันล้าน

ด่านระนอง ส่งออก 12 เดือน 3.2 พันล้าน

ด่านศุลกากรระนอง จังหวัดระนอง ถือเป็นหนึ่งในด่านชายแดนสำคัญในการส่งออกและนำเข้าสินค้าจากประเทศเมียนมา แต่โควิด-19 ทำให้ยอดการค้าลดลง

โดยกรมศุลกากรรายงานข้อมูลยอดการค้าส่งออก-นำเข้าช่วงปีงบประมาณ 2563 (ตุลาคม 2562-กันยายน 2563) ว่า มีมูลค่าส่งออกรวม 12,148.130 ล้านบาท สินค้าส่งออกมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.น้ำมันเชื้อเพลิง, หล่อลื่น มูลค่า 2,759.670 ล้านบาท 2.ปูนซีเมนต์ มูลค่า 1,440.530 ล้านบาท 3.ท่อเหล็กใช้ขุดเจาะปิโตรเลียม มูลค่า 547.120 ล้านบาท 4.เครื่องดื่มชูกำลัง มูลค่า 378.430 ล้านบาท

5.ตาข่ายจับปลา มูลค่า 336.880 ล้านบาท 6.ของทำด้วยเหล็ก มูลค่า 330.920 ล้านบาท 7.แลกเกอร์ มูลค่า 170.250 ล้านบาท 8.วาล์วปิด-เปิดพร้อมอุปกรณ์ มูลค่า 151.230 ล้านบาท 9.เบียร์ มูลค่า 151.090 ล้านบาท 10.ครีมเทียม มูลค่า 141.030 ล้านบาท และ 11.อื่น ๆ มูลค่า 5,740.980 ล้านบาท

ในส่วนของสินค้านำเข้า 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.สัตว์น้ำ (ปลาแช่เย็น) มูลค่า 2,558.048 ล้านบาท 2.ปลาป่น มูลค่า 1,022.608 ล้านบาท 3.ปลาหมึกแช่เย็นแช่แข็ง หอยแครงมีชีวิต มูลค่า 808.070 ล้านบาท 4.ท่อเหล็กใช้ในการขุดเจาะปิโตรเลียม มูลค่า 534.627 ล้านบาท

5.ของทำด้วยเหล็ก มูลค่า 413.534 ล้านบาท 6.ท่อผนังชนิดไร้ตะเข็บใช้ในขุดเจาะ มูลค่า 413.527 ล้านบาท 7.ปูเค็ม ปูทะเลสด กุ้ง กั้ง มูลค่า 287.417 ล้านบาท 8.ปลาเบญจพรรณ ไม่เหมาะในการบริโภค มูลค่า 262.579 ล้านบาท 9.ถ่านไม้ป่าเลน มูลค่า 218.555 ล้านบาท

10.เครื่องจักรและเครื่องใช้กล มูลค่า 192.324 ล้านบาท 11.อื่น ๆ มูลค่า 2,337.012 ล้านบาท รวมมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด 9,048.301 ล้านบาท

ถ้าเทียบช่วงเดียวกันงบประมาณปี 2562 (ตุลาคม 2561-กันยายน 2562) พบว่า มีมูลค่าส่งออกรวม 15,444.790 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.น้ำมันเชื้อเพลิง, หล่อลื่น มูลค่า 3,636.150 ล้านบาท 2.ปูนซีเมนต์ มูลค่า 1,172.250 ล้านบาท 3.ท่อผนังชนิดไร้ตะเข็บใช้ในการขุดเจาะ มูลค่า 1,027.430 ล้านบาท 4.ของทำด้วยเหล็ก มูลค่า 727.270 ล้านบาท 5.ส่วนประกอบที่ใช้สำหรับเครื่องจักร มูลค่า 431.710 ล้านบาท

6.เครื่องจักรและเครื่องใช้กล มูลค่า 385.450 ล้านบาท 7.เครื่องดื่มชูกำลัง มูลค่า 352.470 ล้านบาท 8.ตาข่ายปลา มูลค่า 281.860 ล้านบาท 9.วาล์วปิด-เปิดพร้อมอุปกรณ์ มูลค่า 274.540 ล้านบาท 10.ข้อต่อเหล็ก มูลค่า 255.560 ล้านบาท และ 11.อื่น ๆ มูลค่า 6,900.100 ล้านบาท

ส่วนของสินค้านำเข้า 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.สัตว์น้ำ (ปลาแช่เย็น) มูลค่า 2,273.330 ล้านบาท 2.ท่อผนังชนิดไร้ตะเข็บใช้ในขุดเจาะ มูลค่า 979.763 ล้านบาท 3.ปลาป่น มูลค่า 883.272 ล้านบาท 4.ของทำด้วยเหล็ก มูลค่า 798.890 ล้านบาท 5.ส่วนประกอบที่ใช้สำหรับเครื่องจักร มูลค่า 491.108 ล้านบาท 6.ปลาหมึกแช่เย็นแช่แข็ง หอยแครงมีชีวิต มูลค่า 474.949 ล้านบาท

7.ปลาเบญจพรรณ ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค มูลค่า 278.396 ล้านบาท 8.ถ่านไม้ป่าเลน มูลค่า 243.528 ล้านบาท 9.ปูเค็ม ปูทะเลสด กุ้ง กั้ง มูลค่า 233.718 ล้านบาท 10.ข้อต่อเหล็ก มูลค่า 202.237 ล้านบาท และ 11.อื่น ๆ มูลค่า 2,898.863 ล้านบาท รวมมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด 9,758.054 ล้านบาท

เมื่อเทียบสถิติการนำเข้าและส่งออกช่วงเดียวกันงบประมาณปี 2562 (ตุลาคม 2561-กันยายน 2562) และปีงบประมาณ 2563 (ตุลาคม 2562-กันยายน 2563) พบว่ายอดการส่งออกลดลงกว่า 3,296.66 ล้านบาท และยอดการนำเข้าลดลง 709.753 ล้านบาท

ที่มา : prachachat.net

Leave a comment



The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info

Copyright 2020 logistics2day.com ©  All Rights Reserved 

Online Marketing & Web Design by i2u communication