ปตท. ดึงโมเดล ‘ท่าเรือรอตเตอร์ดัม’ ปั้น ท่าเรือแหลมฉบัง เป็น Green Port แห่งแรก

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โมเดลการพัฒนาท่าเรือรอตเตอร์ดัมที่เน้นไปสู่การเป็น Green Port ใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับโครงการที่ทางกลุ่ม ปตท.ที่กำลังศึกษาร่วมกับซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับการผลิต Green Hydrogen ในประเทศไทย”

เรียนรู้จากจากต้นแบบ Green port ของท่าเรือจีน “ท่าเรือฝางเฉิงก่าง”

ที่ผ่านมา ประเทศจีนให้ความสำคัญกับเรื่อง ‘เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม’ เพื่อให้สอดคล้องกับการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ โดยมี 2 แนวทางคือ การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา โดยการชดเชยคาร์บอนเครดิต (Carbon Offsets) และการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ต้น ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับแนวทางแรก โดยในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์นั้น ต้องหยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียน 100%

โดยโมเดลที่กล่าวข้างต้นนี้ ได้นำมาปรับใช้เพื่อพัฒนา ‘ท่าเรือฝางเฉิงก่าง’ ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ประกอบการค้าผลไม้ และเป็นเมืองเดียวของจีนที่มีพรมแดนทางบกและทางทะเลติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ประตูแห่งภาคตะวันตกเฉียงใต้’

และที่ท่าเรือแห่งนี้เอง ที่ได้เริ่มใช้งาน ‘สถานีเปลี่ยนแบตเตอรีสำหรับรถบรรทุก’ เป็นแห่งแรกในกลุ่มท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้กว่างซี (อ่าวตังเกี๋ย) โดยมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV Truck)

อัปเดตความคืบหน้าในการสร้าง ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 จาก ปตท.

นอกจากนั้น คุณนพดล ยังได้อัปเดตความคืบหน้า จากมุมของ ปตท. ในการเดินหน้าโครงการ ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ด้วย “โดยความคืบหน้าของโครงการในขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการออกแบบและจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการขอใบอนุญาตเข้าพื้นที่ก่อสร้าง คาดว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จะสามารถส่งมอบพื้นที่ และออกในอนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้ภายในปลายปีนี้ หลังจากนั้นบริษัท GPC จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างส่วนของโครงสร้างหน้าท่าเทียบเรือทันที และคาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568”

Cr: salika.co