กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งพัฒนาความรู้ศักยภาพผู้จัดการตลาดในการบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรให้มีประสิทธิภาพ เน้นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนาทักษะ สร้างนักส่งเสริมการเกษตรเป็น ผู้จัดการตลาดมืออาชีพที่มีศักยภาพ วันที่ 21 ธันวาคม 2565 นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรมุ่งมั่นในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับเกษตรกร โดยเน้นหลักตลาดนำการผลิต และนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ที่มุ่งพัฒนาการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูงตามหมุดหมายใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาส่งเสริมด้านการตลาดเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าด้านการเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำ ขาดการเชื่อมโยงกับตลาดภายในประเทศที่เป็นแหล่งข้อมูลความต้องการสินค้าเกษตร ต้นทุนการผลิตสูง โดยวางแผนการจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ   กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาความรู้และศักยภาพในการจัดการธุรกิจเกษตรและโลจิสติกส์ ครั้งที่ 1 หลักสูตร สัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้จัดการตลาดในการบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อให้นักส่งเสริมการเกษตรได้เพิ่มพูนความรู้และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนาทักษะและสร้างตนเองเป็นผู้จัดการตลาดมืออาชีพที่มีศักยภาพ สามารถบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันสถานการณ์การค้าและพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน สามารถเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งตลาดออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบน Platform ต่าง ๆ และตลาดอื่น ๆ นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ที่สามารถผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ สร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค   ยกระดับการผลิตให้มีคุณภาพมาตรฐานมากยิ่งขึ้น มีเครือข่ายด้านการตลาดหลากหลายช่องทาง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การดำเนินกิจกรรมโลจิสติกส์ที่มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “กรมส่งเสริมการเกษตรมีการวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรจนจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค โดยเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์การเกษตรเพื่อลดการสูญเสีย และพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร คือ ตลาดเกษตรกร ที่มีอยู่ในพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งเชื่อมโยงตลาดภายในประเทศ ได้แก่ Modern Trade   เช่น Tesco Lotus, Big C และ Makro ตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท ตลาดเฉพาะกิจ ที่เกิดจากความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนตลาดออนไลน์ โดยร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, LAZADA Thailand และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านเว็บไซต์ ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com และตลาดช่องทางอื่น ๆ เป็นการเพิ่มพื้นที่การจำหน่ายให้กับเกษตรกร” นายรพีทัศน์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายของการสัมมนาครั้งนี้ คือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานตลาดเกษตรกร และตลาดเกษตรกรออนไลน์ทั่วประเทศ รวม 133 คน โดยกำหนดให้มีทั้งการบรรยายและฝึกปฏิบัติ ในวิชากลยุทธ์การตลาดและการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ การจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรเพื่อลดการสูญเสีย (การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร) การยกระดับตลาดสินค้าเกษตรสู่ตลาด e – Commerce การพัฒนาเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com การใช้แอปพลิเคชั่นยุคใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย และการใช้สื่อ social เพื่อสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ และ BCG Economy Model เพื่อการพัฒนาโลจิสติกส์สินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีวิทยากรผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความชำนาญในด้านต่างๆ จากบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท ภูผาฟาร์ม จำกัด บริษัท พีเค แฮปปี้ไทม์ มาร์เก็ต จำกัด บริษัท ไร่สายชล 101 จำกัด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมถ่ายทอดความรู้ Cr: prachachat