นายกฯ หารือทวิภาคีไทย-เวียดนาม ปธน.เวียดนาม ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน ดันการค้าทะลุ 8 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจดิจิทัล และความร่วมมือสันติภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีเวียดนาม ได้หารือแบบ "ทวิภาคีไทย-เวียดนาม"ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ที่ทำเนียบรัฐบาล

โดยภายหลังการหารือทวิภาคีไทย-เวียดนาม นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้แถลงข่าวร่วมกัน สรุปได้ 4 ด้าน ดังนี้

1.การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพ

ผู้นำทั้งสองฝ่ายพึงพอใจกับความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม ด้านความมั่นคงและกลาโหม โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2 ประเทศเร่งกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในประเด็นความมั่นคงและกลาโหมที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์และข้อกังวลร่วมกัน

ผู้นำทั้งสองฝ่ายยินดีต่อแผนการจัดการประชุมและการปรึกษาหารือระดับสูง เพื่อกระชับความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงในทุกระดับ

2.เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการฟื้นฟูและการเติบโตที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น

ผู้นำทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการค้าทวิภาคีไทย-เวียดนาม แม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของไทยในอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายการค้าทวิภาคีที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 875,000 ล้านบาท ภายในปี 2568

ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้มอบหมายให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้กระบวนการการนำเข้าและส่งออกง่ายขึ้น อำนวยความสะดวกการค้า ข้ามแดนและการนำผ่านสินค้าไปยังประเทศที่สาม แก้ปัญหาอุปสรรคการลงทุน และศึกษาโอกาสความร่วม มือใหม่ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัล พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีทางด้านการเงิน ซึ่งรวมถึงการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code)

ผู้นำทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการอำนวยความสะดวก และคุ้มครองการลงทุนในทั้งสองประเทศ โดยนายกฯ ยินดีต่อความสนใจของนักลงทุนเวียดนามที่จะลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น และหวังว่าจะเห็นการลงทุนจากเวียดนามในไทยเพิ่มขึ้น

3. ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

ผู้นำทั้งสองฝ่ายรับทราบด้วยความพึงพอใจต่อความก้าวหน้าของความร่วมมือทางวิชาการ และการพัฒนา และได้เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันในประเด็นการบริหารจัดการน้ำในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างชื่นชมความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม ด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยน ระหว่างประชาชน โดยจะใช้ประโยชน์จากรอบความร่วมปีบ้าน มือน้องระหว่างจังหวัดของทั้ง 2 ประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนในวงกว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของประเทศ

4.เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

ผู้นำทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญที่ไทยและเวียดนามจะประสานท่าทีกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่มีความห่วงกังวล และประโยชน์ร่วมกันในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค และพหุภาคีที่ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิก

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า ไทย-เวียดนามจะทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความเป็นเอกภาพ ความเป็นแกนกลาง และการดำเนินการของอาเซียนในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ แสดงการสนับสนุนบทบาทน้าของอาเซียนในประเด็นเมียนมาอย่างเต็มที่

ผู้นำทั้งสองยังพร้อมร่วมทำงาน ร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการดำเนินการตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภูมิภาค (RCEP)

ผู้นำทั้งสองฝ่ายยืนยันความสำคัญของการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ ความปลอดภัย และเสรีภาพในการเดินเรือในและการบินผ่านเหนือทะเลจีนใต้ และตระหนักถึงประโยชน์ของทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ สนับสนุนการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยปราศจากการคุกคามหรือการใช้กำลัง

Cr : nationtv