นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (III) เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/65 จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งเทียบกับช่วงไตรมาส 1/65 และเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้หลายๆประเทศผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้มีการเดินทางระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เป็นส่วนช่วยหนุนให้ปริมาณการขนส่งทางอากาศกลับมาขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันการให้บริการภาคพื้นหรือคลังสินค้าในท่าอากาศยานดอนเมืองที่บริษัทแบกรับต้นทุนในช่วงปิดให้บริการจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ปัจจุบันได้เริ่มกลับให้บริการและคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น ทำให้มีรายได้ในส่วนนี้เพิ่มมาเป็นส่วนสนับสนุนผลประกอบการอีกด้วย ส่วนการขนส่งทางเรือ และการขนส่งทางบก ยังขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ยังได้มีการความคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุด บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาร่วมมือกับบริษัท Sitthi Logistics Laos Co., Ltd. (Sitthi) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์และคลังสินค้าครบวงจรชั้นนำในประเทศลาว เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจการเป็นตัวแทนให้บริการขนส่งทางรางระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาโมเดลธุรกิจที่มีการลงทุน หรือต้นทุนต่ำ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 65 ภายใต้เป้าหมายหลักในการให้บริการขนส่งทางรางระหว่างประเทศเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 66 เต็มปี หรือราว 300-400 ล้านบาท

ทั้งนี้ กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/65 บริษัทเดินหน้าขยายการให้บริการขนส่งทางราง โดยมีเป้าหมายจะครอบคลุมทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยในส่วนของการขนส่งในประเทศ เริ่มทดลองให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายปี 64 และจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 นี้ ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. นำร่องจากเส้นทางลาดกระบัง-ราชบุรี จำนวน 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ และเตรียมแผนขยายบริการไปยังเส้นทางอื่นๆ ที่มีศักยภาพ ได้แก่ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น

นายทิพย์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังเตรียมที่จะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ของ บริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ANI) ในช่วงเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นในสัดส่วน 50.4% โดยคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงไตรมาส 4/65

ปัจจุบัน ANI เป็นตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบินไม่ต่ำกว่า 20 สายการบินทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยครอบคลุมประเทศไทย เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า และกัมพูชา ซึ่งเป็นฐานการผลิต และการกระจายสินค้าในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโครงสร้างการถือหุ้นในธุรกิจจุดรับส่งพัสดุ (Drop-off) โดยการขายหุ้นบริษัท เอ.ที.พี.เฟรนด์ เซอร์วิส จำกัด (Shipsmile) 43% ให้กับบริษัท สบาย สปีด จำกัด (SBS) ซึ่งเป็นโฮลดิ้ง และภายหลังการปรับโครงสร้าง ทริพเพิลไอ จะเข้าถือหุ้น SBS ในสัดส่วน 18% ทั้งนี้ SBS จะเป็นผู้ดำเนินธุรกิจการให้บริการจุดรับส่งพัสดุและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร เพิ่มบริการอื่นๆ นอกจากการเป็นจุดรับส่งพัสดุ ได้แก่ บริการขายประกันขนส่ง ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ บริการต่อ พรบ. บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคและค่าโทรศัพท์ เป็นต้น ปัจจุบันกลุ่มมีสาขาที่ให้บริการรวม Shipsmile แล้วมากกว่า 12,000 สาขา สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 65 บริษัทคงเป้าหมายรายได้โตไม่ต่ำกว่า 30% สอดคล้องกับกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการมีส่วนแบ่งกำไร หรือ เงินปันผล ที่มาจากบริษัทร่วมทุนเข้ามาหนุนผลกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

Cr: ryt9.com