คมนาคมเดินหน้าบอกเลิกสัญญา ITD ฟ้องเรียกค่าเสียหายเต็มที่ เร่งเยียวยาเหยื่อโศกนาฏกรรมรถไฟ ยืนยันจ่ายไม่ต่ำกว่าศพละ 1.5 ล้านบาท
กระทรวงคมนาคมยืนยันเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากการก่อสร้างโครงการระบบราง 2 เหตุการณ์ซ้อน ทั้งกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางกรุงเทพฯ–อุบลราชธานี บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเหตุเครนหล่นทับรถยนต์บนถนนพระราม 2 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเร่งรัดการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบเหตุ โดยย้ำชัดว่ารัฐมีความพร้อมในการบอกเลิกสัญญาก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ และดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ITD เนื่องจากเป็นสัญญาทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งได้รับคำแนะนำจากสำนักงานกฤษฎีกาว่าสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
นายพิพัฒน์ระบุว่า แม้การบอกเลิกสัญญาอาจนำไปสู่การฟ้องร้องหรือข้อพิพาททางกฎหมายจากภาคเอกชน แต่รัฐบาลพร้อมรับผิดชอบในฐานะผู้บอกเลิกสัญญา เพื่อให้งานโครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างปลอดภัย โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งสองกรณี และให้เวลาสรุปผลภายในหนึ่งสัปดาห์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในวันศุกร์ที่ 23 มกราคมนี้
สำหรับเหตุการณ์เครนถล่มทับขบวนรถไฟเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย ซึ่งสามารถยืนยันอัตลักษณ์ได้ครบถ้วนแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 69 ราย ในจำนวนนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 54 ราย และยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 15 ราย โดยผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์และได้รับการรักษาอย่างเต็มที่
ด้านการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต นายพิพัฒน์ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเร่งด่วน ไม่ให้ติดขัดด้วยขั้นตอนเอกสาร โดยเงินช่วยเหลือที่ได้รับการยืนยันแล้วประกอบด้วย เงินสงเคราะห์พระราชทานจำนวน 20,000 บาท เงินค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000,000 บาท เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวน 340,000 บาท และเงินช่วยเหลือจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 150,000 บาท ซึ่งจ่ายเมื่อมีการรับร่างผู้เสียชีวิต รวมเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 1,510,000 บาทต่อราย
นอกจากนี้ ยังอาจมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น เช่น กองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม รวมถึงการเคลมประกันชีวิตส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและดำเนินการตามสิทธิ
นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล จะมีการส่งมอบเงินเยียวยาในส่วนของค่าสินไหมจากกรมธรรม์ประกันภัย จำนวน 1 ล้านบาทต่อรายให้แก่ทายาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนกรณีเอกสารยังไม่ครบถ้วน บริษัทประกันจะนำเงินไปวางไว้ที่ศาล เพื่อให้ทายาทสามารถเบิกจ่ายได้ภายหลังเมื่อดำเนินการถูกต้องครบถ้วน ยืนยันว่าค่าชดเชยกรณีผู้เสียชีวิตจะไม่น้อยกว่า 1.51 ล้านบาทอย่างแน่นอน
สำหรับผู้บาดเจ็บ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลทั้งหมดอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอจนกว่าจะรักษาหายเป็นปกติ
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้ศึกษาการจัดทำประกันการเดินทางสำหรับผู้โดยสารระบบราง โดยมีแนวคิดบรรจุประกันภัยรวมอยู่ในค่าตั๋วรถไฟและรถไฟฟ้า เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการคุ้มครองอย่างชัดเจนและรวดเร็วหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในอนาคต โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ และให้กรมการขนส่งทางรางทำหน้าที่กำกับดูแลในฐานะหน่วยงานกำกับ (Regulator)
นายพิพัฒน์ย้ำว่า เรื่องนี้ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า หากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น ผู้โดยสารจะได้รับการคุ้มครองอย่างไร และได้รับการเยียวยาในระดับใดอย่างชัดเจน.





