SALE

pic3

'มัลแวร์’ ระบาด! โจมตีธุรกิจ SMB - รู้จัก 'สมิชชิ่ง (Smishing) จอมแฮกสมาร์ตโฟน

มัลแวร์ จอมป่วน ไม่แผ่ว!! แคสเปอร์สกี้ เผยครึ่งแรกปี 2566 'บล็อกมัลแวร์' หรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์จำนวน 2,375 รายการที่มีเป้าหมายโจมตีธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ SMB ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 257.68%

รู้จัก “สมิชชิ่ง” (Smishing) จอมแฮกสมาร์ตโฟน!!

มัลแวร์ จอมทำลายล้าง เช่น โทรจันและไวรัส แรนซัมแวร์ก็เป็นมัลแวร์รูปแบบหนึ่ง การโจมตีด้วยมัลแวร์เป็นอันตรายต่อธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากมัลแวร์สามารถทำลายอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องจ่ายซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ในราคาแพง มัลแวร์ยังช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและขโมยข้อมูลได้ ทำให้ทั้งลูกค้าและพนักงานตกอยู่ในความเสี่ยง

เจอมัลแวร์โจมตีธุรกิจ SMB เพิ่มขึ้น

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตัวเลขปี 2566 ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 แคสเปอร์สกี้พบพนักงานของ SMB ที่ประสบภัยมัลแวร์เพียง 68 คน และพบไฟล์ที่เป็นอันตราย 81 ไฟล์

จำนวนการตรวจจับทั้งหมดในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 สูงกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ถึง 257.68% ซึ่งแคสเปอร์บันทึกไฟล์ได้เพียง 664 ไฟล์เท่านั้น

ตามรายงานนี้ ผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกัน (Unique Users) แสดงถึงจำนวนพนักงาน SMB ที่ใช้ผลิตภัณฑ์แคสเปอร์สกี้ในขณะที่ถูกโจมตี การโจมตีที่ไม่ซ้ำกัน (Unique hits) แสดงจำนวนครั้งที่อาชญากรไซเบอร์พยายามโจมตีผู้ใช้ ไฟล์ที่ไม่ซ้ำ (Unique Files) คือมัลแวร์เฉพาะที่ตรวจพบและบล็อกโดยแคสเปอร์สกี้

Cr: bangkokbiznews

pic2

'ไทย' เข้าเกียร์เดินหน้าทำเอฟทีหวังแซงเวียดนามขึ้นเบอร์ 1 อาเซียน

เทียบฟอร์มเอฟทีเอไทยกับเวียดนาม ไทยแพ้ขาด ทั้งน้อยกว่าจำนวนฉบับและประเทศที่คลอบคลุม ขณะที่เวียดนามครองอันดับ 1 มีเอฟทีเอมากที่สุดในอาเซียน 15 ฉบับ คลอบคลุม 55 ประเทศ ไทยใส่เกียร์เดินหน้าเปิดเจรจาเอฟทีเอใหม่ ปิดดีลเอฟทีเอค้าง หวังเบียดเวียดนามขึ้นแท่นอันดับ 1 แทน

“เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยประเด็นหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์คือ แผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐบาลที่แล้วไม่ได้ให้ความสนใจในการลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีมากนัก ทำให้ไทยยังตามหลังเวียดนาม ซึ่งต้องเร่งเดินหน้าเจรจากรอบความตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ( FTA) เพื่อเปิดตลาดการค้าใหม่ ซึ่งการทำเอฟทีเอเป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้ต่อรัฐสภา โดยผลจากการมีเอฟทีเอทำให้การค้าของไทยกับ 18 ประเทศ  ในปี 2565 มีมูลค่า 359,542.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 5.1%

โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 171,789 ล้านดอลลาร์ และนำเข้าจากประเทศคู่เอฟทีเอ มูลค่า 187,753.3 ล้านดอลลาร์ โดยมีสัดส่วนการค้ารวมประมาณ 60.9 %  โดย ตั้งเป้าในปี 2570 จะมีสัดส่วนการค้าเพิ่มเป็น 80 %

อย่างไรก็ตามกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการเจรจาเอฟทีเอ ระบุว่า กำลังเร่งเปิดเจรจาเอฟทีเอใหม่และเร่งปิดการเจรจาเอฟทีเอที่คั่งค้าง  โดยเอฟทีเอใหม่ที่เปิดเจรจารอบแรกไปแล้วคือ เอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรปหรืออียู ตั้งเป้าปิดดีลให้ได้ภายในปี  2568 พร้อมเร่งสรุปผลการเจรจา FTA ที่ค้างอยู่ 4 ฉบับ คือ 1.EFTA ประกอบด้วย 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์

Cr: bangkokbiznews

pic1

ทำไม 'สิงคโปร์' ถึงเป็นดาวเด่นด้านการนำทักษะด้าน AI ไปใช้เร็วที่สุดในโลก

จากข้อมูลของ LinkedIn เว็บไซต์เครือข่ายสังคมชื่อดังที่เน้นด้านเครือข่ายธุรกิจและวิชาชีพเป็นหลัก ระบุว่าสิงคโปร์มี “อัตราการแพร่กระจาย” ของทักษะ AI สูงที่สุด โดยสัดส่วนของสมาชิกที่เพิ่มทักษะดังกล่าวในโปรไฟล์ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 20 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2559 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 8 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ฟินแลนด์ (เพิ่มขึ้น 16 เท่า), ไอร์แลนด์ (เพิ่มขึ้น 15 เท่า), อินเดีย (เพิ่มขึ้น 14 เท่า) และแคนาดา (เพิ่มขึ้น 13 เท่า) ทั้งหมดนี้อยู่ใน 5 อันดับแรกของประเทศที่มีอัตราการแพร่กระจายทักษะด้าน AI สูงสุด

ทั้งนี้ ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมทั่วโลก และสิงคโปร์ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมชั้นนำด้าน AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะชั้นนำของโลก

โดยดึงดูดการลงทุนในด้าน IoT หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ทั้งยังส่งเสริมการวิจัยในสาขานี้ จากแรงหนุนจากรัฐบาลเพื่อใช้ประโยชน์จากการเติบโตของ AI เพื่อเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ โดยในปี 2565 มีการลงทุนรวมประมาณ 1.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 67.2 พันล้านบาท) ในภาคส่วนนี้ และนั่นส่งผลให้สิงคโปร์ขึ้นแท่นหนึ่งในประเทศผู้นำด้าน AI

ชัดเจนว่าสิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลาง AI ระดับโลกได้ จากการส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนที่ดีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งวิสัยทัศน์ Smart Nation ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้เครื่องมือ ICT และการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจเพื่อสร้างผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ

สิงคโปร์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชันที่ปรับขนาดได้ในภาคส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน AI ภายในปี 2573 จึงเป็นที่มาของโครงการ AI ระดับชาติของสิงคโปร์ซึ่งเปิดตัวในปี 2560 เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างสถาบันวิจัยและระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ โครงการนี้จัดทำโดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเป็นหุ้นส่วนระหว่างสถาบันการวิจัย สตาร์ทอัพ และบริษัทต่างๆ

Cr: salika

pic3

'กรมชลประทาน' โชว์ 'นวัตกรรมกำจัดวัชพืชทางน้ำ' ด้วยโดรนการเกษตร

กรมชลประทาน โดยสำนักวิจัยและพัฒนา จึงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการนำเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่เข้ามาช่วยควบคุมกำจัดวัชพืชด้วยโดรนการเกษตร เป็นการฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชแบบระบบน้ำน้อย ลดอัตราการใช้สารกำจัดวัชพืช ลดการสัมผัสของสารโดยตรง และลดสารตกค้างในน้ำและตะกอนดิน มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้น้ำ สิ่งมีชีวิต และสภาพแวดล้อม

การใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรควบคุมกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เหมาะสมกับการใช้งานในหลายพื้นที่ ส่งผลดีในหลายด้าน อีกทั้งยังสร้างความยั่งยืนในการจัดการปัญหาวัชพืชได้เป็นอย่างดี สำหรับในอนาคตกรมชลประทานได้มีการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำ โดยมีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Cr: thansettakij

Cr: thaipr

Facebook Pagelike Widget

The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info