SALE

pic3

'LEO' เซ็น MOU กับ 'LogiCam' พันธมิตรกัมพูชา ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าแบบครบวงจร

ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ เดินหน้าเซ็นสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับ Logistics Intelligence (Cambodia) Co.,Ltd. หรือ LogiCam บริษัทชั้นนำด้านบริการขนส่งสินค้าไทย-กัมพูชา พัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าแบบครบวงจร  ผู้บริหารมั่นใจสามารถต่อยอดและนำพา LEO ให้ก้าวต่อไปอย่างก้าวกระโดด

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) ผู้ให้บริการขนส่งโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของเมืองไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Cooperation Agreement) เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจในกัมพูชาและหาโอกาสในการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจในการควบรวมกิจการร่วมกัน (M&A) กับบริษัท Logistics Intelligence (Cambodia) Co.,Ltd. หรือ LogiCam ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท LogiCam คือ คุณสุภชัย วีระภุชงค์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนและผู้บริหารของบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ผู้ผลิตยาทิฟฟี่ ซาร่า และแอนตาซิล ที่ได้เข้ามาลงทุนในประเทศกัมพูชามานานมากกว่า 30 ปี และมีฐานลูกค้าที่เป็นบริษัทคนไทยที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศกัมพูชาอย่างมากมาย

ทั้ง LEO และ LogiCam จะร่วมกันศึกษาและวางแผนการขยายธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจร ทั้งบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริการพิธีการศุลกากร การให้บริการขนส่งสินค้าภายในประเทศกัมพูชา การจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้าระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา และประเทศอื่นๆ กับกัมพูชา ซึ่งคาดว่าแผนงานและโครงการที่ศึกษาร่วมกันนี้จะสามารถเริ่มดำเนินการในไตรมาส 1/2566 โดยการลงนามในครั้งนี้มี ฯพณฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

“การลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดทางธุรกิจให้ทาง LEO ในการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศอาเซียนได้ครอบคลุมมากขึ้น โดย LEO มองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีอัตราการเติบโตทาง GDP เฉลี่ยสูงกว่า 6% ต่อปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นตลาดที่ยังสามารถพัฒนาและมีโอกาสที่จะขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ได้เพิ่มเติมมากขึ้น รวมถึงยังช่วยทำให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยมีทางเลือกของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศกัมพูชาได้มากขึ้น”

บริษัทฯ มีความมั่นใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่จะก่อให้เกิดความแข็งแกร่งทางด้านการให้บริการโลจิสติกส์สำหรับลูกค้าของ LEO และลูกค้าของ LogiCam และยังมีโอกาสที่จะต่อยอดในเชิงธุรกิจร่วมกันไปในอนาคต เพราะ LogiCam เป็นบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำในประเทศกัมพูชาและได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ และถือเป็นการก้าวเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเชียนเป็นประเทศที่ 2 หลังจากที่ LEO ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจไปยังประเทศพม่า ในนามของบริษัท LEO Myanmar Logistics Co.,Ltd.

“LEO มองเห็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอยู่เสมอ จึงมองหาพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาช่วยต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจ Logistics & Distribution Center ที่เป็นธุรกิจ Non-Freight และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถขยายฐานลูกค้าและพื้นที่ในการให้บริการได้รวดเร็วมากขึ้น ประกอบกับกลยุทธ์การบริหารที่ LEO มุ่งเน้นไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจร และสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าและระบบโลจิสติกส์ของโลกในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่จะทำการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศ ASEAN โดยสร้างการเติบโตทางธุรกิจผ่านแผนการทำข้อตกลงซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แข็งแกร่งและยั่งยืนให้บริษัทตามแผนงาน” นายเกตติวิทย์ กล่าว

Cr : mgronline

pic2

กรมวิชาการเกษตร เตรียมตัว 'ชูทุเรียนคุณภาพ' บุกตลาดจีน

กรมวิชาการเกษตร เตรียมพร้อมด่านหนองคาย จัดสัมมนาหนุนส่งออกผลไม้ไปจีน ชูทุเรียนคุณภาพ หลังสร้างด่านรถไฟโม่ฮานเสร็จ เล็งจัดพิธีเปิดจุดตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้า วันที่ 3 ธันวาคมนี้ ฉลองเปิดให้บริการรถไฟจีน-ลาวครบ 1 ปี

นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ว่า จุดตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้า ณ ด่านรถไฟโม่ฮาน ได้ดำเนินการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ผ่านการตรวจรับรองจากศุลกากรคุนหมิงเรียบร้อยแล้ว

โดยสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจรับของศุลกากรแห่งชาติจีน ส่วนกลาง (GACC) ทั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาและการปฏิรูปมณฑลยูนนาน ได้กำหนดจัดพิธีเปิดจุดตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้า ด่านรถไฟโม่ฮาน ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ของการเปิดให้บริการรถไฟจีน-ลาว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เจรจาร่วมกับ GACC ในการผลักดันการเพิ่มจุดนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีน ลงในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและจีน ซึ่งการที่ด่านรถไฟโม่ฮานพร้อมที่จะนำเข้าผลไม้ไทย

ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวที่สำคัญของไทย เนื่องจากการเพิ่มช่องทางการขนส่งระบบรางผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน มณฑลยูนนาน จะเป็นโอกาสของผู้ส่งออกผลไม้ไทย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และระยะเวลาในการขนส่ง เพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้าของไทยไปยังจีน

นอกจากนี้ นายระพีภัทร์ ได้ยืนยันความพร้อมของ ด่านตรวจพืชหนองคายในการสนับสนุนการส่งผลไม้ไทยผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน พร้อมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม สำหรับฤดูกาลผลไม้ปี 2566 เพื่อตรวจคุณภาพ และรับรองสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขข้อตกลงพิธีสารไทย-จีน

รวมทั้งยกระดับการแข่งขันในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของผลไม้ไทย เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในโลก (Thai Fruits, Premium Fruits) และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทยเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเชื้อโควิดปนเปื้อนในผลไม้ไทยส่งออก ต้องทำการฆ่าเชื้ออย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าเกษตรไทยมีมาตรการคุมเข้มการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิดตั้งแต่ต้นทาง

ทั้งนี้ สถิติการส่งออกผลไม้ไทยที่ได้รับใบรับรองสุขอนามัยพืชไปจีน จากกรมวิชาการเกษตร พบว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤศจิกายน 2565 ไทยส่งออกผลไม้ไทยไปจีน 87,730 ชิปเม้นท์ 1,628,943.70 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 116,978.61 ล้านบาท

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในตอนท้ายว่า ปลายเดือน พฤศจิกายน นี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมตนเองจะลงพื้นที่จังหวัด ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เน้นย้ำ คุณภาพมาตรฐานผลไม้ในการส่งออกไปยังประเทศจีน แจ้งผู้ประกอบการทราบถึงความพร้อมในการเปิดด่านโม่ฮาน

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรจะมีการจัดสัมมนาผู้ประกอบการและตัวแทนผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน  ประมาณกลางเดือนธันวาคม เพื่อผลักดันนโยบาย ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ (Premium Thai Durian) ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจในกระบวนการตรวจคุณภาพ มาตรฐาน รับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกทุเรียนทั้งระบบ เพิ่มขีดความสามารถ รวมทั้งทำความเข้าใจเงื่อนไขกฎระเบียบ แนวทางการปฏิบัติใหม่ๆ ข้อมูลการตลาด หรือสถานการณ์ของตลาดผลไม้ในต่างประเทศ

Cr : bangkokbiznews

pic1

ค้าชายแดน 10เดือนโต4.50% ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย

ค้าชายแดน 10 เดือนโต 4.50% อานิสงส์เงินบาทสามารถแข่งขันได้ราคาดี ด่านชายแดนเปิดมากขึ้นล่าสุดเปิดแล้ว 97 แห่ง ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยแซงหน้ามาเลเซีย ที่ติดลบ 21%

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การส่งออกชายแดนยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 คิดเป็นมูลค่า 54,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่การส่งออกผ่านแดนปรับตัวลดลงเนื่องจากผู้ส่งออกหันกลับไปขนส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องดังนั้นการค้าผ่านแดนและการค้าชายแดนมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,450,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.74% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 855,839 ล้านบาท ลดลง 0.66% และการนำเข้ามูลค่า 594,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.41% โดยไทยได้ดุลการค้าในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 ทั้งสิ้น 261,368 ล้านบาท

ส่วนการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 144,477 ล้านบาท ลดลง 2.92% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 81,937 ล้านบาท ลดลง 0.17% และการนำเข้ามูลค่า 62,540 ล้านบาท ลดลง 6.31% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนตุลาคม 2565 ทั้งสิ้น 19,397 ล้านบาท

ทั้งนี้ไทยการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว) ซึ่งเดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่าการค้ารวม 87,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.59% โดยการส่งออกไปกัมพูชาและ สปป.ลาว ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา และการส่งอกไปเมียนมากลับมาขยายตัวอีกครั้ง ดังนี้

1. สปป.ลาว มูลค่าส่งออก 15,168 ล้านบาท (+43.67%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป น้ำมันดีเซล และน้ำตาลทราย

2. มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 14,713 ล้านบาท (-21.72%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบและยางพารา

3. เมียนมา มูลค่าส่งออก 11,200 ล้านบาท (+6.16%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ และเครื่องสำอาง เครื่องหอมและสบู่

4. กัมพูชา มูลค่าส่งออก 13,563 ล้านบาท (+9.49%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ

ส่วนการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม (จีน เวียดนาม สิงคโปร์และประเทศอื่นๆ) เดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่ารวม 57,180 ล้านบาท ลดลง 11.42% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 27,293 ล้านบาท ลดลง 8.36% และการนำเข้ามูลค่า 29,887 ล้านบาท ลดลง 14.04% โดยการส่งออกผ่านแดนไปเวียดนามยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ดังนี้

1. จีน มูลค่าส่งออก 9,580 ล้านบาท (-8.92%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ

2. เวียดนาม มูลค่าส่งออก 4,370 ล้านบาท (+17.51%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำฯ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ

3. สิงคโปร์ มูลค่าส่งออก 3,522 ล้านบาท (-2.91%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และแผงสวิตซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า

4. ประเทศอื่น ๆ (เช่น ฮ่องกง สหรัฐฯ และญี่ปุ่น) มูลค่าส่งออก 9,821 ล้านบาท (-17.60%)

“ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก เงินบาทยังคงอ่อนค่า ช่วยให้สินค้าไทยยังสามารถแข่งขันด้านราคาได้ ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเพื่อนบ้านยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงของไปยังสปป.ลาว และเมียนมา ขยายตัวรวมถึงผลักดันการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อขนส่งสินค้าล่าสุด โดยล่าสุดมีด่านเปิดให้บริการแล้ว97แห่ง เป็นจุดผ่านแดนไทย71แห่ง และด่านประเทศเพื่อนบ้าน63แห่ง"

Cr : thansettakij

pic3

ชาวสวนเฮ ด่านรถไฟโม่ฮ่าน พร้อมนำเข้าผลไม้ไทยไปจีน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผย 3 ธ.ค. ผลไม้ไทย พร้อมขึ้นขบวน "รถไฟจีน-ลาว" พร้อมโชว์ตัวเลขส่งออก เดือน ก.พ-พ.ย. ไทยส่งออกผลไม้ไทยไปจีน คิดเป็นมูลค่ากว่า 116,978.61 ล้านบาท

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยวันนี้ว่า ได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจําสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ว่า จุดตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้า ณ ด่านรถไฟโมฮ่าน ได้ดำเนินการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ผ่านการตรวจรับรองจากศุลกากรคุนหมิงเรียบร้อยแล้ว โดยสถานะปัจจุบัน อยู่ระหว่างการตรวจรับของศุลกากรแห่งชาติจีน ส่วนกลาง (GACC)ทั้งนี้ คณะกรรมการพัฒนาและการฏิรูปมณฑลยูนนาน ได้กำหนดจัดพิธีเปิดจุดตรวจสอบกักกันผลไม้นำเข้า ด่านรถไฟโม่ห่าน ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ของการเปิดให้บริการรถไฟจีน-ลาว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เจรจาร่วมกับ GACC ในการผลักดันการเพิ่มจุดนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีนลงในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและจีน ซึ่งการที่ด่านรถไฟโม่ห่านพร้อมที่จะนำเข้าผลไม้ไทย ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวที่สำคัญของไทย เนื่องจากการเพิ่มช่องทางการขนส่งระบบรางผ่านด่านรถไฟโม่ห่านมณฑลยูนนาน จะเป็นโอกาสของผู้ส่งออกผลไม้ไทย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และระยะเวลาในการขนส่ง เพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้าของไทยไปยังจีน

นอกจากนี้ นายระพีภัทร์ กล่าวว่า ได้ยืนยันความพร้อมของด่านตรวจพืชหนองคายในการสนับสนุนการส่งผลไม้ไทยผ่านด่านรถไฟโม่ห่านพร้อมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลผลไม้ปี 2566 เพื่อตรวจคุณภาพ และรับรองสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขข้อตกลงพิธีสารไทย-จีน

รวมทั้งยกระดับการแข่งขันในเรื่องคุณภาพ มาตรฐานซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของผลไม้ไทย เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในโลก (Thai Fruits, Premium Fruits)และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทยเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเชื้อโควิดปนเปื้อนในผลไม้ไทยส่งออกต้องทำการฆ่าเชื้ออย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าเกษตรไทยมีมาตรการคุมเข้มการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิดตั้งแต่ต้นทาง

ทั้งนี้ สถิติการส่งออกผลไม้ไทยที่ได้รับใบรับรองสุขอนามัยพืชไปจีน จากกรมวิชาการเกษตรพบว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤศจิกายน2565 ไทยส่งออกผลไม้ไทยไปจีน 87,730 ชิปเม้นท์ 1,628,943.70ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 116,978.61ล้านบาท

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวในตอนท้ายว่า ปลายเดือน พฤศจิกายน นี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมตนเอง จะลงพื้นที่จังหวัด ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เน้นย้ำ คุณภาพมาตรฐานผลไม้ในการส่งออกไปยังประเทศจีน  แจ้งผู้ประกอบการทราบถึงความพร้อมในการเปิดด่านโมฮ่าน

นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรจะมีการจัดสัมมนาผู้ประกอบการและตัวแทนผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนประมาณกลางเดือนธันวาคมเพื่อผลักดันนโยบายทุเรียนไทยทุเรียนคุณภาพ (Premium Thai Durian) ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจในกระบวนการตรวจคุณภาพมาตรฐานรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกทุเรียนทั้งระบบเพิ่มขีดความสามารถรวมทั้งทำความเข้าใจเงื่อนไขกฎระเบียบแนวทางการปฏิบัติใหม่ๆ ข้อมูลการตลาดหรือสถานการณ์ของตลาดผลไม้ในต่างประเทศ

Cr : thansettakij

Facebook Pagelike Widget

The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info