SALE

PIC3

"อลงกรณ์" มั่นใจ “รถไฟจีน-ลาว” ตัวช่วยส่งออกผลไม้ออร์เดอร์พุ่ง

“รถไฟจีน-ลาว” อลงกรณ์ มั่นใจ ตัวช่วย ส่งออกผลไม้ออร์เดอร์พุ่ง หนุนชุมพรเป็นฮับผลไม้ ดัน จีดีพีจังหวัด ปี 65 กว่า 1 แสนล้านบาท ชี้ เป็นจังหวัดที่ผลิตทุเรียนได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยกุ้งก้ามกรามและสัตว์น้ำ คืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จำนวน 1,500,000 ตัว ณ คลองนาคราช ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร จัดโดยกรมประมง เพื่อเพิ่มแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ

เพิ่มรายได้ให้แก่ชาวประมง และ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 รวมทั้ง เป็นการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำและคืนความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำ ทำให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติของระบบนิเวศน์ โดยมีนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง บรรยายสรุปสถานการณ์การทำประมงในพื้นที่ ตลอดจนผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการภาคประชาชน ภาคเอกชน เข้าร่วม

โอกาสนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ ยังได้ติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาระบบชลประทานเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมทั้งโครงการป้องกันอุทกภัยของ จ.ชุมพร ซึ่งดำเนินการโดยกรมชลประทานและหน่วยงานอื่นๆ โดยใช้งบประมาณกว่า 3 พันล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2567

เพื่อแกัปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับชุมพรตลอดมา ซึ่งทุกภาคส่วน รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีส่วนสำคัญในการประสานงานอย่างต่อเนื่องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จ

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ชุมพรเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก มีรายได้ต่อหัวของประชากรกว่า 2 แสนบาทต่อปี อยู่ในกลุ่มท็อป 20 ของประเทศ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2565 กว่า 1 แสนล้านบาท โดยมีภาคเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งมีพืชเศรษฐกิจหลักทำรายได้ให้จังหวัด เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มะพร้าว และกาแฟโรบัสต้า รวมทั้งเศรษฐกิจภาคบริการด้านการท่องเที่ยว จึงได้วางนโยบายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชุมพรให้ก้าวสู่เป้าหมายใหม่ของการพัฒนาอย่างน้อยใน 3 ด้าน ดังนี้

1. นโยบายพัฒนาชุมพรเป็นมหานครผลไม้ภาคใต้ เช่นเดียวกับจันทบุรีในภาคตะวันออก ซึ่งการส่งออกผลไม้ของไทยกำลังเติบโดยอย่างรวดเร็วในปี 2564 เพียง 11 เดือน ไทยส่งออกผลไม้คิดเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นปีแรกที่ทุเรียนส่งออกได้เกิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งชุมพรเป็นจังหวัดที่ผลิตทุเรียนได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางขนส่งผลไม้ทางรถไฟสาย จีน-ลาว จะเพิ่มการส่งออกผลไม้ได้มากขึ้น ในปีนี้ จึงต้องเร่งยกระดับการพัฒนาชุมพรเป็นฮับผลไม้ภาคใต้

2. นโยบายพัฒนาชุมพรเป็นฮับกาแฟโรบัสต้าของประเทศ โดยสร้างแบรนด์สร้างมูลค่ากาแฟโรบัสต้าที่ชุมพรผลิตได้มากเป็นอันดับ 1 สู่กาแฟมูลค่าสูงทั้งตลาดในและต่างประเทศ เพราะตลาดกาแฟกำลังขยายตัวเติบโตทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยจะพัฒนาคู่ขนานกับกาแฟอะราบิก้าของภาคเหนือ

3.นโยบายพัฒนาชุมพรเป็นประตูท่องเที่ยวเกตเวย์ทะเลใต้ เพราะนอกจากชุมพรเป็นประตูสู่ภาคใต้แล้ว ยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเลมีท่าเรือบริการเชื่อมเกาะและหมู่เกาะในอ่าวไทย เช่น เกาะสมุยและหมู่เกาะอ่างทอง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติชุมพร มีเกาะกว่า 40 เกาะ เช่น เกาะทะลุ เกาะงามใหญ่ เกาะง่ามน้อย เกาะลังกาจิว ถือเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เราต้องเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทันทีที่วิกฤติโควิดคลี่คลายและนักท่องเที่ยวกลับมา

ทั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมสนับสนุนจังหวัดชุมพรในทุกด้านเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน หลังจากนั้น นายอลงกรณ์ และคณะได้ลงพื้นที่สำรวจศักยภาพของชุมพรในฐานะฮับผลไม้ภาคใต้และติดตามสถานการณ์การส่งออกทุเรียนปลายฤดู ณ ตลาดกลางผักและผลไม้ตลาดมรกต ต.วังตะกอ  อ.หลังสวน จ.ชุมพร

โดยพบปะหารือกับผู้ประกอบการเพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูการผลิตต่อไป พร้อมกันนี้ เข้าเยี่ยมชมผู้ประกอบการห้องเย็นครบวงจรขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานส่งออกซึ่งมีการนำระบบไนโตรเจนเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยืดอายุการจัดเก็บ และรักษารสชาติทุเรียนผลสด รวมถึงทุเรียนเนื้อแกะเมล็ดด้วย

สำหรับไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิลบ 190 องศาเซลเซียส จะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาทุเรียนเน่าเสีย เพราะการขนส่งที่ติดขัดของด่านต่างๆ จากมาตรการ "Zero Covid" ของจีน นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บสต็อกทุเรียนและผลไม้อื่นๆ ที่ทะลักออกมามากพร้อมกันโดยแช่แข็งเก็บไว้ได้นานถึง 18 เดือน เพื่อรอระบายสู่ตลาดในและต่างประเทศ ทั้งยังคงสภาพความสดอร่อยได้เกือบเทียบเท่าผลสดอีกด้วย

Cr: thansettakij

PIC 2

10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 2565 “พาณิชย์” ชี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมาแรง

10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 2565 “พาณิชย์” ชี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมาแรง ชี้โตตามการค้าออนไลน์ รองลงมาเป็น ขนส่ง โลจิสติกส์ เวชภัณฑ์และแปรรูปสมุนไพร แนะผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจ ต้องดูกระแส และต้องเป็นธุรกิจที่ตัวเองถนัด

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ และเป็นธุรกิจดาวเด่นในปี 2565 รวม 10 ธุรกิจ ที่มีแนวโน้มการเติบโตได้ดี ประกอบด้วย

1.ธุรกิจ e-Commerce ได้แก่ ธุรกิจการค้าปลีกออนไลน์และแพลตฟอร์มเพื่อการค้าออนไลน์ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผู้บริโภคไม่สามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าและสถานบริการได้ตามปกติ รวมทั้ง การปรับตัวของผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มช่องทางการตลาดค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น และการเพิ่มขึ้นของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกับปี 2564

2.ธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ ได้แก่ ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) และธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ (Logistic) กลุ่มธุรกิจนี้ยังเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce เนื่องจาก ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาซื้อ-ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีความต้องการบริการด้านขนส่งโลจิสติกส์มากขึ้นตามไปด้วย

3.ธุรกิจเวชภัณฑ์และแปรรูปสมุนไพร กลุ่มธุรกิจนี้มีปัจจัยหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งในปี 2565 ทั่วโลกอาจต้องเผชิญกับเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นที่อาจต้องพึ่งพากลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์ และธุรกิจผลิต/แปรรูปพืชสมุนไพรเพื่อบรรเทาและป้องกันสุขอนามัยของตนเองและครอบครัว

4.ธุรกิจด้านเทคโนโลยี ได้แก่ ธุรกิจจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ธุรกิจจัดทำโปรแกรมเว็บเพจ ธุรกิจบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจบริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูล ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายธุรกิจหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการและประมวลผลข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำมาให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็วและตรงจุด เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง

5.ธุรกิจรีไซเคิล (Recycling) กลุ่มธุรกิจนี้ได้รับอิทธิพลมาจากรูปแบบการประกอบธุรกิจให้ยั่งยืนด้วย ESG (Environmental, Social, and Governance) และ BCG (Bio, Green, and Circular) model โดยประกอบธุรกิจผ่านการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมมาภิบาล อีกทั้ง ยังเน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนเพื่อลดการทำลายสิ่งแวดล้อม และสร้างธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งธุรกิจการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ตอบโจทย์ความต้องการตามรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนนี้

6.ธุรกิจเครื่องสำอาง ได้แก่ ธุรกิจค้าส่งเครื่องสำอางและธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอาง มีปัจจัยมาจากกระแสการดูแลสุขภาพ การดูแลตนเอง เพื่อเสริมภาพลักษณ์และสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง อีกทั้ง มีปัจจัยเรื่องการขายสินค้าออนไลน์ การเป็นตัวแทนขาย มาช่วยสนับสนุนยอดขายทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในธุรกิจมากขึ้น

7.ธุรกิจขายปลีกสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของการแข่งขันด้านพัฒนาอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น และการทำการตลาดสินค้าราคาแพง (Premium) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า และเติมเต็มคุณค่าทางใจเมื่อเกิดการใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง

8ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2560 จากสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยที่มากกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนประชากรในประเทศ รวมทั้งสัดส่วนประชากรวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุในปัจจุบันที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

9.ธุรกิจกล่องกระดาษและบรรจุภัณฑ์กระดาษ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคลดการเดินทางออกจากที่พักและตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ประกอบกับการปรับตัวของผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้บริโภคจำนวนมาก สอดคล้องกับธุรกิจ e-Commerce ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น

10.ธุรกิจโฆษณา สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่งผลให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมทางการตลาดในพื้นที่สาธารณะได้ ทำให้การทำโฆษณาโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยจากสถิติของสมาคมโฆษณาดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค (Facebook) และยูทูบ (Youtube) ครองสัดส่วนการใช้จ่ายมากที่สุด 2 อันดับแรก รวมกันกว่าร้อยละ 50

สำหรับทิศทางการประกอบธุรกิจในปี 2565 คาดว่า จะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น โดยต้องพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลกระทบจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้ง

“ ผู้ประกอบการที่กำลังจะลงทุนประกอบธุรกิจ และกำลังมองหาธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่ง 10 ธุรกิจดังกล่าวข้างต้น น่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่นอกจากกระแสธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมแล้ว ความชื่นชอบและความถนัดเป็นอีกคุณสมบัติที่ต้องคำนึง เนื่องการลงทุนมีความเสี่ยง การลงทุนทำธุรกิจต้องมีรอบคอบให้มากที่สุด”

Cr: thansettakij

PIC1

พาณิชย์โชว์แผนดันส่งออกปี 65 ฝ่าโอมิครอนสู่เป้าหมายโต 4%

“พาณิชย์” เดินหน้า “ตลาดนำการผลิต” ฝ่าด่านโอมิครอน โชว์แผนดันส่งออกไทยปี 65 เป้าโต 4% อธิบดี DITP ยังมั่นใจตลาดคู่ค้าฟื้นตัวต่อเนื่อง เศรษฐกิจโลกยังขยายตัว เร่ง MOU มินิเอฟทีเอกับเมืองรอง อีกตัวช่วยขยายตลาดสินค้าไทย ส่วนส่งออกปี 2564 คาดปิดจ๊อบโตสูงถึง 15-16%

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอมิครอน” ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกและยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย ส่งผลให้เศรษฐกิจโลก การค้าโลกปี 2565 สุ่มเสี่ยงชะลอตัว  และอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย อย่างไรก็ตามแม้จะมีปัจจัยลบจากโควิด-19 ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงมากสุดแล้ว แต่ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะหลายประเทศเริ่มกลับมาทำการค้า และมีการปรับตัวไปสู่การค้าออนไลน์มากขึ้น ทำให้การค้าโลกยังขยายตัวต่อไปได้

สำหรับในปี 2565 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีแผนจะเร่งอัดกิจกรรมเพื่อรุกตลาด ทั้งตลาดเก่า ตลาดใหม่ และตลาดเมืองรองอย่างเข้มข้นตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ให้นโยบายตลาดนำการผลิต

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า ในปีนี้กรมมีแผนงานสำคัญที่จะต้องผลักการส่งออกของไทยให้ได้ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์วางไว้ ซึ่งยังคงใช้ยุทธศาสตร์ “รุกตลาดศักยภาพเดิม เปิดเพิ่มตลาดใหม่ และขยายสัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลก” ผ่านนโยบายขยายตลาดและช่องทางการค้าเชิงรุก โดยใช้ตลาดนำการผลิต (Demand Driven) ในตลาดเป้าหมายต่างๆ โดยในปีนี้กระทรวงพาณิชย์มองว่าการส่งออกไทยมีทิศทางขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอลงในภาพรวม โดยคาดการส่งออกของไทยจะขยายตัวได้ 3-4% หรือมีมูลค่ากว่า 2.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นการประเมินหลังเกิดสถานการณ์โอมิครอน (เดิม สนค. ประเมินไว้ที่ 3.5 - 4.5%) ส่วนปี 2564 คาดจะขยายตัวได้ 15-16%

สอดคล้องกับคาดการณ์การส่งออกของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดการณ์ (ณ เดือน ธ.ค. 64) มูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2565 จะขยายตัวได้ที่ 3.5% โดยปรับลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% (เมื่อเดือน ก.ย. 64) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่าจะขยายตัวในกรอบ 3-5% ส่วนสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) คาดการณ์จะขยายตัวที่ 5-8%

อย่างไรก็ดีการส่งออกในปีนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดโอมิครอนในประเทศคู่ค้าสำคัญ ๆ ของไทย โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) ที่กระทบต่อความเชื่อมั่น รายได้และกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดที่อาจขยายวงกว้างขึ้น รุนแรงและยืดเยื้อ หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้จำนวนประเทศที่ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศอาจมากขึ้น และนานกว่าที่ประเมินไว้ หรือหลายประเทศรวมถึงไทยอาจใช้มาตรการควบคุมการระบาดภายในประเทศเป็นวงกว้าง รวมถึงปัญหา supply disruption ที่จะยังคงยืดเยื้อในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 โดยการ ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ มีแนวโน้มคลี่คลายช้ากว่าที่คาดไว้เดิม จากมาตรการควบคุมการระบาดของจีนที่ยังเข้มงวด

ทั้งนี้แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงอยู่มาก แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกที่จะเข้ามาช่วยผลักดันส่งออกไทยได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจคู่ค้ามีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในอัตราที่ชะลอลง แต่คาดจะจำกัดอยู่ในช่วงแรกของปี 2565 ค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการส่งออก และราคาน้ำมันดิบดูไบยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลบวกต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันรวมถึงการที่ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565 จะช่วยขยายโอกาสการส่งออกของไทย

“กรมยังมีแผนจะเร่งทำ Mini FTA กับเมืองใหม่ที่มีศักยภาพ และจะมีการลงนามในเร็วๆ นี้ ได้แก่ รัฐเตรังคานาของอินเดีย และมณฑลกานซู่ของจีน รวมถึงเมืองรองใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น ปูซาน เซี่ยงไฮ้ อาบูจา โจฮันเนสเบิร์ก เซินเจิ้น ที่ทางสภาอุตสาหกรรมฯร้องขออยากให้หน่วยงานรัฐทำมินิเอฟทีเอกับเมืองเหล่านี้ด้วย เพราะมองว่ามีศักยภาพโดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพของไทย”

สำหรับแผนผลักดันรุกตลาดศักยภาพเดิม เปิดเพิ่มตลาดใหม่นั้น ปีนี้กรมจะเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถส่งออกสินค้าผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญต่างๆ โดยตลาดเดิม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อียู เอเชียตะวันออก อาเซียน และจีน โดยใช้กลยุทธ์ ผลักดันสินค้าหรือธุรกิจบริการศักยภาพที่มีมูลค่าเพิ่มสูงของไทย ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้า Natural Product Expo West (NPEW) 2022 เจาะตลาดเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ งานแสดงสินค้า The 19th CAEXPO ที่เมืองหนานหนิงของจีน งานแสดงสินค้า Top Thai Brands ที่มณฑลไห่หนานและเมืองคุนหมิงของจีน เป็นต้น

ส่วนตลาดใหม่ ได้แก่ ตลาดเอเชียใต้ รัสเซีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และแอฟริกาเหนือ (MENA) จะใช้กลยุทธ์ สร้างโอกาสให้สินค้าไทยในตลาดที่มีศักยภาพ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ งานแสดงสินค้า Top Thai Brands ณ เมืองปูเน่ อินเดีย TOP Thai Brand ณ เมืองดูไบ (UAE), งานแสดงสินค้า Automechanika และ Gulfood ณ เมืองดูไบ (UAE) เป็นต้น

Cr: thansettakij

PIC3

แฟลช เอ็กซ์เพรส หยุดรับพัสดุผ่านชิปสไมล์

แฟลช เอ็กซ์เพรสประกาศหยุดให้บริการผ่านจุดบริการ ชิปสไมล์ทุกสาขา ลูกค้ายังส่งพัสดุได้ที่แฟลชโฮม และแฟลชช้อปทั่วประเทศ

วันที่ 20 มกราคม 2565 แฟลชเอ็กซ์ เพรส ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กเพจ Flash Express ว่า บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด  จะหยุดให้บริการผ่านจุดบริการชิปสไมล์ (ShipSmile) ทุกสาขา

ทั้งนี้ ทางลูกค้าที่ประสงค์จะใช้บริการสามารถทำการขนส่งพัสดุผ่านจุดให้บริการ Flash Home และ Flash Shop ที่มีอยู่ทั่วประเทศได้ตามเดิม โดยสามารถตรวจสอบสาขาได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น แฟลช เอ็กซ์เพรส ได้ตลอดเวลา

ทางแฟลช เอ็กซ์เพรส ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และทางขอยืนยันว่า เราจะรักษาจุดยืนในการให้บริการที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงที่สุดต่อไปและเราจะยังคงรักษาความซื่อตรงในการทำธุรกิจกับพันธมิตรของเราตลอดไป

ขณะเดียวกัน แฟลช เอ็กซ์เพรส ยังได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก เพิ่มเติมว่า  เนื่องจากแฟลช เอ็กซ์เพรส ได้พิจารณาในหลาย ๆ ปัจจัยแล้ว ทางบริษัท Flash Express และ Shipsmile ไม่สามารถหาข้อตกลงที่เหมาะสมร่วมกันได้ จึงต้องขอหยุดให้บริการรับพัสดุ Shipsmile Service ทุกสาขา แต่ลูกค้ายังสามารถใช้บริการส่งพัสดุ กับ Flash Express ได้ทั้งช่องทาง Flash Shop และ Flash Home ทุกสาขาได้ตามปกติ โดยสามารถตรวจสอบสาขาใกล้เคียงได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ รวมถึงการใช้บริการรับพัสดุถึงหน้าบ้านผ่านแอปพลิเคชั่น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับชิปสไมล์เป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์จัดส่งพัสดุชั้นนำของไทยที่รวบรวมบริการขนส่งชั้นนำ เช่น เคอรี่ ดีเอชแอล เป็นต้น ไว้ที่เดียว

Cr: prachachat.net

Facebook Pagelike Widget

The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info