News

เฟดคงดอกเบี้ยตามตลาดคาด กรอบ 3.50-3.75% ส่งสัญญาณอัตราว่างงานทรงตัว.

เฟดคงดอกเบี้ย 3.50–3.75% ตามคาด ชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว ตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 เวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือช่วงเช้าวันที่ 29 มกราคมตามเวลาไทย สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่อัตราการว่างงานเริ่มแสดงความเสถียร ส่งผลให้เฟดมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นต่อการปรับดอกเบี้ยในระยะถัดไป

ผลการประชุมครั้งนี้ เฟดมีมติด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ย โดยผู้ที่ลงมติไม่เห็นด้วยคือ สตีเฟน ไอ. มิแรน และคริสโตเฟอร์ เจ. วอลเลอร์ ซึ่งเห็นว่าควรปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ FOMC ระบุว่า ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่มั่นคง ตลาดแรงงานยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานเริ่มมีสัญญาณของการทรงตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

เมื่อเทียบกับแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ เฟดไม่ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านลบต่อการจ้างงานเพิ่มเติม และไม่มีถ้อยคำที่สะท้อนถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการยังคงยืนยันเป้าหมายระยะยาวในการรักษาการจ้างงานให้อยู่ในระดับสูงสุด และควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ระดับ 2% พร้อมย้ำว่าความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับสูง และจะให้ความสำคัญกับความเสี่ยงทั้งสองด้านอย่างรอบคอบ

ในการแถลงข่าวภายหลังการประชุม นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ระบุว่า แนวโน้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มแสดงสัญญาณของการทรงตัว แม้จะยังมีแรงชะลอตัวปรากฏอยู่เป็นระยะ เขากล่าวว่า การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มส่งผลเชิงบวกต่อความต้องการแรงงานและการจ้างงานในระยะยาว แต่ก็ยังไม่ต้องการสรุปภาพในเชิงบวกมากเกินไป

พาวเวลล์หลีกเลี่ยงการระบุเงื่อนไขหรือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยย้ำว่า เฟดไม่ได้กำหนดเกณฑ์ล่วงหน้าว่าจะปรับลดดอกเบี้ยเมื่อใด หรือจะเกิดขึ้นในการประชุมครั้งถัดไปหรือไม่ แต่จะพิจารณาการตัดสินใจในแต่ละครั้งจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามา แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป และปัจจัยแวดล้อมโดยรวม

การคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ หลังจากเฟดได้ปรับลดดอกเบี้ยติดต่อกันสามครั้งในช่วงปลายปี 2025 โดยจากการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย หรือดอตพลอต ที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ใน FOMC ยังคาดว่าเฟดมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกครั้งภายในปีนี้ หากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟื้อเอื้ออำนวย

L2D Page (63)

ทางรถไฟจีน-ลาวเพิ่มการเดินรถ เสริมการค้าสินค้าเกษตรจีน-ไทย

รถไฟจีน–ลาวเร่งศักยภาพโลจิสติกส์ เปิดทางสินค้าเกษตรไทย–จีนถึงตลาดเร็วขึ้น
การเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ระหว่างจีนและไทยผ่านทางรถไฟจีน–ลาวมีความคึกคักมากขึ้น หลังมีการเพิ่มเที่ยวเดินรถไฟสินค้าระหว่างประเทศอีก 4 เที่ยว เพื่อรองรับปริมาณการค้าบนเส้นทางสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรระหว่างจีนและไทย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หนึ่งในขบวนรถไฟสินค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นขบวนขนส่งผักสดปริมาณ 460 ตัน และเหล็กอีก 285 ตัน ออกเดินทางจากสถานีเหยียนเหอ เมืองอวี้ซี มณฑลอวิ๋นหนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา มุ่งหน้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว ก่อนถ่ายลำเพื่อส่งต่อสินค้าสู่กรุงเทพมหานคร

สถานีรถไฟเหยียนเหอเริ่มให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแบบสองทางบนเส้นทางรถไฟจีน–ลาวตั้งแต่ปี 2025 โดยการเพิ่มเที่ยวเดินรถในครั้งนี้ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผักสดจากเมืองอวี้ซีสามารถเดินทางถึงตลาดในประเทศไทยได้ภายในเวลาประมาณ 80 ชั่วโมง ลดระยะเวลาและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลงอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน รถไฟขากลับจากไทยจะทำหน้าที่ขนส่งสินค้าเกษตรสำคัญของไทย อาทิ ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าวอ่อน เข้าสู่มณฑลอวิ๋นหนาน ก่อนกระจายไปยังมณฑลอื่น ๆ ของจีน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรไทยในตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของจีน

การเพิ่มการเดินรถไฟสินค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางจีน–ลาว จึงไม่เพียงช่วยให้สินค้าสดจากไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ตลาดจีนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และตอกย้ำบทบาทของเส้นทางรถไฟสายนี้ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและไทยในระยะยาว

L2D Page (233)

รมว.สาธารณสุข เผย นายกฯ กำชับ สธ.-คมนาคม คุมเข้มสกัด "ไวรัสนิ ปาห์" ตั้งแต่สนามบิน ยันยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย

สธ.จับมือคมนาคม คุมเข้มด่านสนามบิน รับมือไวรัสนิปาห์ ย้ำไทยยังปลอดเชื้อ
กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ามาตรการเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์อย่างเข้มข้น หลังนายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม บูรณาการการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ด่านสนามบิน ยืนยันขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่วันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับท่าอากาศยานตรวจคัดกรองผู้เดินทางจากรัฐเวสต์เบงกอล เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการระบาดของไวรัสนิปาห์ในวงจำกัด

จนถึงขณะนี้มีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารแล้วกว่า 1,700 คน และยังไม่พบผู้ติดเชื้อ โดยในแต่ละวันมีผู้โดยสารจากพื้นที่ดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 700 คน ผ่านสนามบินหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ท่าอากาศยานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรอง พร้อมยืนยันว่าหากพบผู้ต้องสงสัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถกักตัวและตรวจยืนยันเชื้อได้ภายใน 8 ชั่วโมง

นายพัฒนา อธิบายเพิ่มเติมว่า ลักษณะการแพร่เชื้อของไวรัสนิปาห์แตกต่างจากโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไวรัสนิปาห์ไม่สามารถแพร่เชื้อได้ในระยะฟักตัว หากผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการ จะไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อไปยังผู้อื่นได้ ดังนั้นกรณีพบผู้ติดเชื้อบนเที่ยวบิน ความเสี่ยงของผู้โดยสารรายอื่นถือว่าอยู่ในระดับต่ำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขย้ำว่า ประเทศไทยได้เริ่มตอบสนองต่อสถานการณ์นี้ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มาก่อน ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวไม่ใช่เชื้อใหม่ แต่พบครั้งแรกตั้งแต่ปี 2541 และมักเกิดการระบาดเป็นกลุ่มเล็กภายในบางพื้นที่ของประเทศอินเดีย

สำหรับความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับค้างคาวแม่ไก่ ซึ่งเป็นสัตว์พาหะของไวรัสนิปาห์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี นายพัฒนา ยืนยันว่า แม้ค้างคาวแม่ไก่จะเป็นแหล่งรังโรค แต่ในประเทศไทยยังไม่เคยพบการติดเชื้อจากสัตว์ดังกล่าว และขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก

ในส่วนระยะเวลาการติดตามและเฝ้าระวัง นายพัฒนา ระบุว่ายังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ในช่วงสัปดาห์นี้จะให้กรมควบคุมโรครายงานผลการตรวจและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาควบคู่กับแนวโน้มการแพร่ระบาดในประเทศอินเดีย

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการกลายพันธุ์ของเชื้อ นายพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าไวรัสนิปาห์จะกลายพันธุ์ในลักษณะที่น่ากังวล พร้อมฝากถึงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากรัฐเวสต์เบงกอล หากมีอาการคล้ายไข้หวัดหรือมีอาการผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งและเข้ารับการตรวจจากหน่วยงานสาธารณสุขทันที

L2D Page (232)

‘ไทย’ชูธงเศรษฐกิจยืดหยุ่นสู้วิกฤติ เวที IMF-World Bank สู้โลกแตกขั้ว

ไทยประกาศบทบาทใหม่บนเวทีการเงินโลก ดันเศรษฐกิจยืดหยุ่นรับโลกแตกขั้ว ก่อนเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ปี 2569
ประเทศไทยเตรียมก้าวขึ้นสู่จุดสนใจของเวทีการเงินโลกอีกครั้ง หลังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะมีผู้นำด้านการเงิน รัฐมนตรีคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางจาก 191 ประเทศเข้าร่วม นับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพในรอบกว่า 35 ปี หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2534

การแถลงความพร้อมจัดงานมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดตัวแนวคิดหลักของการประชุมภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย” ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับคนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการสร้างความทนทานต่อความเสี่ยงในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความขัดแย้งเชิงขั้วอำนาจ

นายเอกนิติระบุว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถือเป็นวาระเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เปรียบได้กับการจัด “โอลิมปิกด้านการคลังและการเงิน” ที่เปิดโอกาสให้ไทยแสดงศักยภาพในฐานะประเทศตัวกลางซึ่งสามารถเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศท่ามกลางโลกที่แตกขั้ว พร้อมผลักดันแนวคิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ยึดติดเพียงตัวเลข แต่เน้นความเข้มแข็งจากภายในตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แนวคิดดังกล่าวยังถูกนำเสนอในเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Road to Bangkok” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้นำระดับโลกอย่างกว้างขวาง โดยคาดว่าการประชุมครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000–20,000 คน และจัดการประชุมย่อยมากกว่าพันรายการ ครอบคลุมทั้งระดับพหุภาคีและทวิภาคี

ในมุมของธนาคารแห่งประเทศไทย นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ไทยจะใช้เวทีนี้ผลักดันแนวคิด “การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการรับมือภัยทุจริตทางดิจิทัลที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วโลกในระดับมหาศาล ซึ่งปัจจุบันยังขาดกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่กรุงเทพมหานครในฐานะเมืองเจ้าภาพ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันความพร้อมของเมืองในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ความปลอดภัย และสาธารณสุข พร้อมชู “พลังของผู้คน” และวัฒนธรรมการต้อนรับของไทยเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยมองว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับกรุงเทพฯ จากเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินและแหล่งรวมบุคลากรคุณภาพจากนานาชาติ

กระทรวงการคลังคาดว่า การจัดประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นจากการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและบริการ และในระยะยาวจากการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุน โดยรัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมความพร้อม พร้อมกรอบงบประมาณสนับสนุนระหว่างปี 2567–2570 รวมกว่า 2,300 ล้านบาท

การกลับมาของเวทีการเงินโลกสู่ประเทศไทยในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะประกาศบทบาทใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของศตวรรษที่ 21

Loading...

The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info

Follow Us