กรมการค้าต่างประเทศเผยภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตได้เพียง 2% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3% โดยคาดว่ามูลค่าการค้าจะอยู่ที่ประมาณ 1.85 ล้านล้านบาท ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 1.87 ล้านล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และการปิดด่านสำคัญระหว่างไทย–เมียนมา
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องใช้มาตรการเข้มงวดด้านความมั่นคง โดยมีการสั่งงดการผ่านเข้า–ออกของยานพาหนะทุกประเภท และนำไปสู่การปิดจุดผ่านแดนรวม 18 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24–28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มาตรการดังกล่าวแม้จะเป็นไปเพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคง แต่กลับส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้า การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการส่งออกและนำเข้าผ่านพรมแดนต้องหยุดชะงักแทบทั้งหมด จนมูลค่าการค้าลดลงเกือบ 100%
นอกจากชายแดนกัมพูชาแล้ว การค้าระหว่างไทย–เมียนมาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยในช่วงต้นปี ฝ่ายไทยได้สั่งปิดด่านชายแดนบางแห่งเพื่อจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แม้ต่อมาจะมีการเปิดด่านกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ทางการเมียนมาได้ประกาศปิดด่านแม่สอด–เมียวดี บริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 ฝั่งเมียนมา โดยให้เหตุผลว่าเป็นมาตรการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งสินค้าและการค้าชายแดน
อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ณ เดือนกรกฎาคม 2568 ยังมีการเติบโต 5% จากปีก่อนหน้า มีมูลค่ารวม 166,025 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 92,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% และการนำเข้า 73,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% ทำให้ไทยได้ดุลการค้า 18,406 ล้านบาท แต่เมื่อเจาะลึกการค้ากับกัมพูชา กลับพบว่าตกลงเหลือเพียง 376 ล้านบาทเท่านั้น ถือเป็นการหดตัวอย่างรุนแรง
สำหรับช่วง 7 เดือนแรกของปี (มกราคม–กรกฎาคม 2568) มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยยังขยายตัวได้ 11% อยู่ที่ 1.18 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 688,477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% และการนำเข้า 499,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% ไทยยังคงเกินดุลการค้าอยู่ที่ 188,683 ล้านบาท
แต่อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ชายแดนยังไม่คลี่คลาย ทั้งความขัดแย้งด้านความมั่นคงกับกัมพูชา และมาตรการเข้มงวดของเมียนมาในการปิดด่าน อาจส่งผลให้เป้าหมายการค้าชายแดนของไทยในปีนี้บรรลุได้ยาก และสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการส่งออก–นำเข้าที่พึ่งพาช่องทางชายแดนเป็นหลัก โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมที่ต้องใช้ระบบโลจิสติกส์ชายแดนเป็นเส้นเลือดสำคัญ