กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ “ข้าว” หลังสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรทั่วโลกในปี 2568 ออกมาจำนวนมาก ทำให้หลายประเทศต่างเร่งหาตลาดรองรับ ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดโลกดุเดือดและราคามีแนวโน้มผันผวนลดต่ำลง โดยนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งหารือและบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ รองรับผลผลิต โดยเฉพาะสินค้าข้าวและมันสำปะหลังที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า แนวทางแก้ปัญหาในเบื้องต้นคือต้องเร่งผลักดันการส่งออกโดยใช้กลไกการเจรจารัฐต่อรัฐ (G to G) ร่วมกับประเทศคู่ค้า รวมถึงการหาช่องทางผ่านภาคเอกชน เพื่อระบายผลผลิตออกไปให้ได้มากที่สุดในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งถือเป็นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญ ขณะเดียวกัน ยังเตรียมวางแผนระยะยาวในด้านการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ที่สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะกับข้าวจากเวียดนามที่มีคุณภาพสูงขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า แม้ในช่วงครึ่งปีแรก ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 3.73 ล้านตัน ลดลงถึง 27.29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีมูลค่าการส่งออก 75,563 ล้านบาท ลดลงกว่า 36% แต่กรมยังคงมั่นใจว่าภาพรวมทั้งปีจะบรรลุเป้าหมายที่ 7.5 ล้านตัน เนื่องจากได้เตรียมมาตรการเชิงรุกในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปีอย่างเข้มข้น
แผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเร่งเจรจาซื้อขายข้าวกับรัฐบาลจีน โดยเฉพาะกับรัฐวิสาหกิจ COFCO ที่ยังเหลือสัญญาส่งมอบอีกกว่า 280,000 ตัน ซึ่งจะมีการเดินทางไปเจรจาที่กรุงปักกิ่งในเดือนกันยายนนี้ พร้อมทั้งรุกเปิดตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบียและอิรัก รวมถึงการขยายตลาดไปยังฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น ซึ่งไทยมีการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่นปีละราว 300,000 ตัน ขณะเดียวกัน ยังมีการเตรียมต้อนรับคณะผู้นำเข้าข้าวจากฮ่องกงที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน
นอกจากการเจรจาแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังวางกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ข้าวไทยผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติหลายแห่ง อาทิ งาน Fine Food Australia ที่นครซิดนีย์ งาน China-ASEAN Expo ที่เมืองหนานหนิง งาน ANUGA ที่เยอรมนี งาน Foodex Saudi ที่ซาอุดีอาระเบีย และงาน CIIE ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งล้วนเป็นเวทีสำคัญในการขยายโอกาสทางการค้าของข้าวไทย นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดประชุมข้าวนานาชาติ “Thailand Rice Convention” สัญจร ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคมนี้ เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ซื้อ และสร้างการรับรู้เชิงบวกในตลาดโลก
แม้จะเผชิญแรงกดดันจากผลผลิตที่ล้นตลาด แต่ภาครัฐยังคงเชื่อมั่นว่าการบูรณาการอย่างรอบด้าน ทั้งการเจรจาทางการค้า การขยายตลาดใหม่ การสร้างภาพลักษณ์สินค้า และการพัฒนาพันธุ์ข้าวในระยะยาว จะช่วยให้ไทยรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญของโลก และสามารถบรรลุเป้าหมายการส่งออก 7.5 ล้านตันในปีนี้ได้สำเร็จ