EMS ตอกย้ำผู้นำโลจิสติกส์ไทย ไปรษณีย์ไทยโกยรายได้ทะลุหมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล–อีคอมเมิร์ซ
ไปรษณีย์ไทยยังคงรักษาบทบาทผู้นำด้านโลจิสติกส์ของประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบริการส่งด่วนพิเศษในประเทศ หรือ EMS ยังคงเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ให้กับองค์กร ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดขนส่งที่ทวีความรุนแรงและสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการที่มีต่อระบบการขนส่งของไปรษณีย์ไทยซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริการส่งด่วน EMS ตลอดปี 2568 ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง และเป็นพอร์ตธุรกิจที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับองค์กร โดยสามารถสร้างรายได้รวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท ตอกย้ำสถานะของ EMS ในฐานะบริการขนส่งด่วนหลักของประเทศ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซไทยอย่างเป็นรูปธรรม
การเติบโตของ EMS ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์และภาคค้าปลีกสมัยใหม่ ควบคู่กับความต้องการด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มผู้ใช้บริการ ตั้งแต่ผู้บริโภคทั่วไป ผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่ม SME ไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง อาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าชุมชน ซึ่งเลือกใช้ EMS เป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศ
จุดแข็งของบริการ EMS อยู่ที่เครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ความสามารถในการจัดการปริมาณพัสดุจำนวนมาก และมาตรฐานการจัดส่งที่มีความแม่นยำสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการขายและการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญการตลาดและเทศกาลส่งเสริมการขายของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งระบบขนส่งที่มีเสถียรภาพมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไปรษณีย์ไทยเดินหน้ายกระดับบริการ EMS อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงผู้ให้บริการขนส่งพัสดุ ผ่านการพัฒนาโซลูชันและสมาร์ทเซอร์วิสที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล ทั้งการขยายจุดรับฝากพัสดุ EMS Point ให้เข้าถึงชุมชนและพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น การพัฒนาแพลตฟอร์มซูเปอร์แอปพลิเคชันที่รวบรวมบริการด้านพัสดุและบริการดิจิทัลไว้ในช่องทางเดียว รวมถึงการเรียกบุรุษไปรษณีย์เข้ารับฝากพัสดุถึงบ้าน และการติดตามสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้นำระบบ Digital Post ID หรือ D/ID ซึ่งเป็นระบบจ่าหน้าดิจิทัลด้วยรหัสเฉพาะมาใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดขั้นตอนการกรอกข้อมูล เพิ่มความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล และลดความผิดพลาดในกระบวนการจัดส่ง พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งทีมดูแลลูกค้ารายสำคัญและผู้ประกอบการออนไลน์โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการรับเรื่องและแก้ไขปัญหา ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการในทุกมิติ
ผู้บริหารไปรษณีย์ไทยย้ำว่า บริการส่งด่วน EMS จะยังคงเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนไทยในยุคดิจิทัล ไม่เพียงทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ส่งและผู้รับพัสดุเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจทุกขนาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว





