admin L2D

L2D Page (194)

เปิด 5 เทรนด์เศรษฐกิจ–การค้า ปี 2569 ธุรกิจต้องอ่านให้ขาด

ปี 2569 ปีแห่งจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก ธุรกิจไทยต้องอ่านเกมให้ขาดก่อนโอกาสหลุดมือ

หอการค้าไทยฉายภาพแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าไทยในปี 2569 ว่าเป็นปีแห่ง “จุดเปลี่ยนเกมโลก” ที่ภาคธุรกิจไม่สามารถใช้สูตรเดิมรับมือความผันผวนได้อีกต่อไป หากแต่ต้องเข้าใจทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์

นายอมรเทพ ทวีพานิชย์ ผู้อำนวยการบริหาร หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้สรุปสาระสำคัญจากหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ในฐานะ Book Partner โดยระบุว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่โครงสร้างการค้าโลก เศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทาน เปลี่ยนแปลงพร้อมกันในหลายมิติ ผู้ประกอบการไทยจึงต้อง “อ่านเกมให้ขาด” ก่อนใคร เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

แนวโน้มแรกที่ธุรกิจต้องจับตา คือแรงสั่นสะเทือนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้แนวคิด Trump 2.0 และมาตรการ Universal Tariffs ซึ่งอาจทำให้ระบบการค้าเสรีแบบเดิมสะดุด อย่างไรก็ตาม ความผันผวนนี้กลับเปิดโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตและโลจิสติกส์สำรองของโลก ภายใต้ยุทธศาสตร์ China-Plus-One และ Friend-shoring ที่บริษัทข้ามชาติกำลังมองหาประเทศพันธมิตรที่มีเสถียรภาพ ไทยจึงมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน หากสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกติกาทางการค้าให้สอดรับกับทิศทางโลก

ขณะเดียวกัน จีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ จาก “มังกรแดง” ที่เน้นการผลิตเชิงปริมาณ สู่ “มังกรขาว” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสะอาด นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มสูง ภายใต้ยุทธศาสตร์ White Dragon Strategy การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้จีนมองหาพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับบทบาทจากฐานการผลิต ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่นวัตกรรมระดับโลก

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการปฏิวัติด้านความโปร่งใส ในปี 2569 แนวคิด ESG จะไม่ใช่เพียงกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานโลก ธุรกิจที่สามารถใช้เทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ AI เพื่อสร้างความโปร่งใสแบบเรียลไทม์ จะสามารถลดต้นทุนแฝงจากความไม่มีประสิทธิภาพและการคอร์รัปชัน พร้อมเพิ่มความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีแนวโน้มดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นกลไกหลักของการตัดสินใจ ความเร็วกลายเป็น “ทุนการค้าใหม่” ธุรกิจที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้แบบเรียลไทม์ จะลดระยะเวลานำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้อย่างมาก ความได้เปรียบเชิงความเร็วนี้ มีคุณค่าไม่ต่างจากเงินทุนหรือแรงงาน และอาจเป็นตัวชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจในศตวรรษที่ 21

ท้ายที่สุด กติกาการค้าโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคการค้าสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป จะกลายเป็นเงื่อนไขบังคับที่ผู้ประกอบการไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ธุรกิจไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การซ่อมแซม การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดสู่การสร้างภาพลักษณ์ “แบรนด์ไทยสาย ESG” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนควบคู่กับผลกำไร

หอการค้าไทยสรุปว่า ปี 2569 จะไม่ใช่เพียงปีแห่งความผันผวน แต่เป็นปีแห่งโอกาสสำหรับธุรกิจที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนใคร ผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้เร็ว เข้าใจทิศทางโลก และกล้าลงทุนในเทคโนโลยี ความโปร่งใส และความยั่งยืน จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

L2D Page (193)

อียิปต์ประกาศลดค่าธรรมเนียมระบบ ACI สำหรับการขนส่งทางอากาศ เริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบแล้ว

อียิปต์ลดค่าธรรมเนียมระบบ ACI ทางอากาศ หนุนการค้า เริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

รัฐบาลอียิปต์ประกาศมาตรการสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่กับการบังคับใช้ระบบการลงทะเบียนข้อมูลสินค้าล่วงหน้า (Advance Cargo Information: ACI) สำหรับการขนส่งทางอากาศอย่างเต็มรูปแบบ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นาย Ahmed Kouchouk เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจปรับลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจสอบข้อมูลเอกสารทางการค้าเป็นการชั่วคราว เพื่อลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจในช่วงเริ่มต้นของการบังคับใช้ระบบดังกล่าว

ภายใต้มาตรการใหม่นี้ ผู้นำเข้าจะชำระค่าธรรมเนียมรวมสำหรับการขนส่งทางอากาศเหลือเพียง 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งเที่ยวบิน จากเดิมที่มีต้นทุนสูงกว่านี้ โดยการลดค่าธรรมเนียมคิดเป็นมูลค่าประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อ shipment มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

รัฐบาลอียิปต์ระบุว่า การปรับลดค่าธรรมเนียมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในช่วงเปลี่ยนผ่าน แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของภาครัฐในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงเป็นการยกระดับระบบธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพในการกำกับดูแลตลาดของอียิปต์ ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีความเสี่ยงเข้าสู่ประเทศ

ระบบ ACI หรือ Advance Cargo Information เป็นระบบที่กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องแจ้งข้อมูลสินค้าล่วงหน้าก่อนการจัดส่ง เพื่อขอรับหมายเลข ACID (Advanced Cargo Information Declaration) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการผ่านพิธีการศุลกากร ระบบดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้กับการขนส่งทางเรืออย่างแพร่หลายแล้ว โดยมีการออกหมายเลข ACID ไปแล้วกว่า 2.5 ล้านฉบับ จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านการรับรองเอกสารในต่างประเทศ และลดปัญหาการถูกปฏิเสธสินค้าที่ปลายทางได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการขนส่งทางอากาศ การบังคับใช้ระบบ ACI อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ส่งออกต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากสินค้าทางอากาศทุก shipment ที่ส่งไปยังอียิปต์ จะต้องมีหมายเลข ACID หากไม่มีหมายเลขดังกล่าว สินค้าจะไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรและมีความเสี่ยงถูกตีกลับทันที

ในส่วนของการเตรียมความพร้อม ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม CargoX เรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ในการส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้นำเข้าอียิปต์ ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Nafeza ของรัฐบาลอียิปต์ เนื่องจากระบบ ACI ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า ความถูกต้องของพิกัดศุลกากร (HS Code) รายละเอียดสินค้า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน อาจก่อให้เกิดความล่าช้า ค่าปรับ หรือการระงับการนำเข้าได้

นอกจากนี้ ระบบ ACI ยังถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรองสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ผู้ส่งออกไทยจึงต้องมั่นใจว่าสินค้าของตนเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของอียิปต์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธหรือระงับการนำเข้าในภายหลัง

หากผู้ส่งออกมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานระบบ ACI สามารถสอบถามข้อมูลได้จากหลายช่องทาง โดยแหล่งข้อมูลหลักคือระบบหน้าต่างเดียว “Nafeza” ซึ่งเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของศุลกากรอียิปต์สำหรับการลงทะเบียนข้อมูลล่วงหน้าและการออกหมายเลข ACID นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อกรมศุลกากรอียิปต์โดยตรง หรือประสานงานผ่านผู้นำเข้า ตัวแทนพิธีการศุลกากร ตัวแทนขนส่ง หรือผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ACI เช่น CargoX รวมถึงบริษัทโลจิสติกส์และสายการขนส่งที่ให้บริการเส้นทางอียิปต์

โดยหลักปฏิบัติที่แนะนำ ผู้ส่งออกควรเริ่มจากการประสานงานกับผู้นำเข้าอียิปต์ให้ดำเนินการขอหมายเลข ACID ผ่านระบบ Nafeza ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นให้กับผู้ให้บริการขนส่งหรือระบบ ACI เพื่อให้การส่งออกเป็นไปอย่างถูกต้อง ราบรื่น และสอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของทางการอียิปต์

L2D Page (192)

โชห่วยลุ้นเลือกตั้ง 69 ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า สมาคมยาสูบไทย เร่งพรรคการเมืองออกนโยบายปราบบุหรี่เถื่อน ปกป้องโชห่วยถูกกฎหมาย

โชห่วยจับตาเลือกตั้ง 2569 หวังนโยบายใหม่ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก สมาคมยาสูบไทยจี้รัฐปราบบุหรี่เถื่อน ปกป้องร้านค้าถูกกฎหมาย

บรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 กลายเป็นความหวังสำคัญของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มร้านโชห่วยซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจฐานราก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแรง และต้นทุนค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมาคมการค้ายาสูบไทยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของนโยบายเศรษฐกิจ หากพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใต้ดิน โดยเฉพาะการระบาดของบุหรี่เถื่อนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร้านค้าถูกกฎหมาย

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ติดตามทิศทางนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และเห็นตรงกันว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจรากหญ้า ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ หรือสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อยที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

จากการประเมินสถานการณ์ พบว่าหลายนโยบายหาเสียงที่พรรคการเมืองนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การลดภาระค่าครองชีพ การเสริมสภาพคล่องให้ SMEs และการจัดการเศรษฐกิจใต้ดิน ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับร้านโชห่วยซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย และเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับชุมชน

นางสาวธัญญศรัณระบุว่า ปัจจุบันโชห่วยที่จำหน่ายสินค้าถูกกฎหมายทั่วประเทศราว 500,000 ราย กำลังเผชิญการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากการขยายตัวของบุหรี่เถื่อน ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยบุหรี่ผิดกฎหมายมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 28 ส่งผลให้ร้านค้าถูกกฎหมายสูญเสียลูกค้า รายได้ลดลง และไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้

หากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง การยกระดับการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนให้เป็นวาระแห่งชาติถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ค้าปลีก แต่ยังบั่นทอนความเป็นธรรมของระบบเศรษฐกิจ และทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาล

ข้อมูลจากสมาคมฯ ระบุว่า บุหรี่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ก่อนลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายทั้งในร้านค้าทั่วไปและช่องทางออนไลน์ โดยมีราคาถูกกว่าบุหรี่ถูกกฎหมายถึง 2–3 เท่า ทำให้ร้านโชห่วยไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกัน การควบคุมการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังประสบอุปสรรค เนื่องจากขาดความร่วมมือจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ส่งผลให้การลักลอบจำหน่ายยังแพร่หลายและตรวจสอบได้ยาก

นางสาวธัญญศรัณกล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การจัดการทุนสีเทา และการเพิ่มรายได้รัฐจากภาษี ซึ่งหลายพรรคการเมืองนำมาใช้เป็นนโยบายหาเสียง สามารถเริ่มต้นได้อย่างเป็นรูปธรรมจากการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อน เพราะในแต่ละปีรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเกือบ 30,000 ล้านบาท ขณะที่โชห่วยและเกษตรกรไร่ยาสูบกลับไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอ

สมาคมการค้ายาสูบไทยยังเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณบุหรี่เถื่อนในตลาด เพิ่มรายได้ให้รัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรในประเทศ

ท้ายที่สุด สมาคมฯ เรียกร้องให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการปราบปรามบุหรี่เถื่อน คุ้มครองร้านค้าถูกกฎหมาย และดูแลห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจรากหญ้าอย่างยั่งยืน ลดการขยายตัวของธุรกิจผิดกฎหมาย และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

L2D Page (191)

ไรเดอร์ เฮ! “ไชยชนก” เผย “คมนาคม” ดันแก้กฎกระทรวง เพิ่มความจุมอเตอร์ไซค์  250 ซีซี จดทะเบียน รย.17 แล้ว

ข่าวดีไรเดอร์! คมนาคม–ดีอี เดินหน้าแก้กฎกระทรวง เปิดทางมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปได้

กลุ่มไรเดอร์และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทั่วประเทศเตรียมรับข่าวดี หลังภาครัฐเดินหน้าปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมาย เตรียมขยายเพดานขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเดิมไม่เกิน 125 ซีซี เป็นไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อให้สามารถจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะประเภท รย.17 ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม โดยมีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก เป็นกลไกหลักในการผลักดันมาตรการช่วยเหลือไรเดอร์และไดรเวอร์ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมายที่เกิดจากการนำรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ส่วนบุคคลไปจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะประเภท รย.17 สำหรับรถจักรยานยนต์ และ รย.18 สำหรับรถยนต์ ซึ่งที่ผ่านมา ข้อจำกัดด้านขนาดเครื่องยนต์ทำให้ไรเดอร์จำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง

ล่าสุด นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้พิจารณาและดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดขนาดความจุกระบอกสูบของรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยปรับเพิ่มจากเดิมที่กำหนดไม่เกิน 125 ซีซี เป็นความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ในปัจจุบัน

การปรับเกณฑ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถที่มีสมรรถนะเหมาะสมมาใช้ให้บริการได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ รองรับการใช้งานจริงบนท้องถนน และลดปัญหาการฝ่าฝืนกฎหมายจากการไม่สามารถจดทะเบียนรถได้ตามเงื่อนไขเดิม

ในขั้นตอนดำเนินการ กรมการขนส่งทางบกได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงผ่านทางเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 4–18 ธันวาคม 2568 เป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนครบถ้วนแล้ว และได้นำเสนอร่างดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการต่อไป

นายไชยชนกกล่าวว่า กระทรวงดีอีขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก ที่ร่วมบูรณาการการทำงานอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กลุ่มไรเดอร์และไดรเวอร์ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม การเปิดทางให้สามารถลงทะเบียนและให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่ แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้บริการในภาพรวมอีกด้วย

Facebook Pagelike Widget

The most efficient online logistics media in Thailand.

Contact Info

Follow Us