ปี 2569 ปีแห่งจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก ธุรกิจไทยต้องอ่านเกมให้ขาดก่อนโอกาสหลุดมือ

หอการค้าไทยฉายภาพแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าไทยในปี 2569 ว่าเป็นปีแห่ง “จุดเปลี่ยนเกมโลก” ที่ภาคธุรกิจไม่สามารถใช้สูตรเดิมรับมือความผันผวนได้อีกต่อไป หากแต่ต้องเข้าใจทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์

นายอมรเทพ ทวีพานิชย์ ผู้อำนวยการบริหาร หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้สรุปสาระสำคัญจากหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ในฐานะ Book Partner โดยระบุว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่โครงสร้างการค้าโลก เศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทาน เปลี่ยนแปลงพร้อมกันในหลายมิติ ผู้ประกอบการไทยจึงต้อง “อ่านเกมให้ขาด” ก่อนใคร เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

แนวโน้มแรกที่ธุรกิจต้องจับตา คือแรงสั่นสะเทือนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้แนวคิด Trump 2.0 และมาตรการ Universal Tariffs ซึ่งอาจทำให้ระบบการค้าเสรีแบบเดิมสะดุด อย่างไรก็ตาม ความผันผวนนี้กลับเปิดโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตและโลจิสติกส์สำรองของโลก ภายใต้ยุทธศาสตร์ China-Plus-One และ Friend-shoring ที่บริษัทข้ามชาติกำลังมองหาประเทศพันธมิตรที่มีเสถียรภาพ ไทยจึงมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน หากสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกติกาทางการค้าให้สอดรับกับทิศทางโลก

ขณะเดียวกัน จีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ จาก “มังกรแดง” ที่เน้นการผลิตเชิงปริมาณ สู่ “มังกรขาว” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสะอาด นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มสูง ภายใต้ยุทธศาสตร์ White Dragon Strategy การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้จีนมองหาพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับบทบาทจากฐานการผลิต ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่นวัตกรรมระดับโลก

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการปฏิวัติด้านความโปร่งใส ในปี 2569 แนวคิด ESG จะไม่ใช่เพียงกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานโลก ธุรกิจที่สามารถใช้เทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ AI เพื่อสร้างความโปร่งใสแบบเรียลไทม์ จะสามารถลดต้นทุนแฝงจากความไม่มีประสิทธิภาพและการคอร์รัปชัน พร้อมเพิ่มความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีแนวโน้มดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นกลไกหลักของการตัดสินใจ ความเร็วกลายเป็น “ทุนการค้าใหม่” ธุรกิจที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้แบบเรียลไทม์ จะลดระยะเวลานำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้อย่างมาก ความได้เปรียบเชิงความเร็วนี้ มีคุณค่าไม่ต่างจากเงินทุนหรือแรงงาน และอาจเป็นตัวชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจในศตวรรษที่ 21

ท้ายที่สุด กติกาการค้าโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคการค้าสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป จะกลายเป็นเงื่อนไขบังคับที่ผู้ประกอบการไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ธุรกิจไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การซ่อมแซม การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดสู่การสร้างภาพลักษณ์ “แบรนด์ไทยสาย ESG” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนควบคู่กับผลกำไร

หอการค้าไทยสรุปว่า ปี 2569 จะไม่ใช่เพียงปีแห่งความผันผวน แต่เป็นปีแห่งโอกาสสำหรับธุรกิจที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนใคร ผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้เร็ว เข้าใจทิศทางโลก และกล้าลงทุนในเทคโนโลยี ความโปร่งใส และความยั่งยืน จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่