ทองคำโลกพุ่งทุบสถิติใหม่ ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่หลบความเสี่ยงเศรษฐกิจ–ภูมิรัฐศาสตร์

ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล ทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค โดยสำนักข่าว CNBC รายงานว่า ในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 19.24 น. ตามเวลานิวยอร์ก หรือราว 07.24 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง

ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับเพิ่มขึ้น 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 5,042 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 5,036 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย

ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ประเด็นกรีนแลนด์ เวเนซุเอลา ไปจนถึงตะวันออกกลาง ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก

ด้าน HSBC ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การปรับขึ้นของราคาทองคำและโลหะมีค่าในรอบนี้ มีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์ ซึ่งได้กระตุ้นแรงซื้อในตลาดโลหะมีค่าอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ราคาเงินหรือซิลเวอร์ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยราคาตลาดสปอตพุ่งขึ้นถึง 3% สู่ระดับ 106.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงหนุนของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมที่ยังแข็งแกร่ง

นักวิเคราะห์จาก Union Bancaire Privée มองว่า ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง และคาดว่าทองคำมีแนวโน้มเผชิญปีที่แข็งแกร่งอีกปีหนึ่ง โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปีไว้ที่ราว 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในขณะที่ Goldman Sachs ระบุว่า ความต้องการทองคำในรอบนี้ขยายตัวออกไปนอกเหนือจากการลงทุนในรูปแบบดั้งเดิม โดยกองทุน ETF ในโลกตะวันตกเพิ่มการถือครองทองคำมากกว่า 500 ตัน นับตั้งแต่ต้นปี 2568 ตามรายงานของ CNBC อีกทั้งยังมีแรงซื้อทองคำจริงจากกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาค

ล่าสุด Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มประมาณการราคาทองคำสิ้นปี 2569 เป็น 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิมที่คาดไว้ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเมินว่า ความต้องการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายเศรษฐกิจโลกจะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำอย่างสม่ำเสมอ โดย Goldman Sachs ประเมินว่า ปัจจุบันธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำเฉลี่ยประมาณ 60 ตันต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนปี 2565 ที่อยู่ราว 17 ตันต่อเดือน สะท้อนการปรับโครงสร้างเงินสำรองระหว่างประเทศของประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่หันมาเพิ่มสัดส่วนทองคำมากขึ้นอย่างชัดเจน