ฝ่าคลื่น AI พลิกเกมโลจิสติกส์ “วราพรรณ วัชรพล” ปั้นไทยรัฐโลจิสติคส์ สู่ผู้นำ 3PL ครบวงจร
อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) หนึ่งในองค์กรที่น่าจับตามองคือ “ไทยรัฐ โลจิสติคส์” หรือ TRL ธุรกิจโลจิสติกส์ในเครือไทยรัฐกรุ๊ป ที่ต่อยอดจากจุดแข็งด้านเครือข่ายการขนส่งและกระจายหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศมากว่า 70 ปี สู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร หรือ Third Party Logistics (3PL)
การขับเคลื่อนองค์กรอยู่ภายใต้การนำของ คุณวราพรรณ วัชรพล หรือ “คุณมัดหมี่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรัฐ โลจิสติกส์ จำกัด ผู้วางบทบาท TRL ให้เป็น “เรือธงใหม่” ของกลุ่มไทยรัฐ ในโลกธุรกิจโลจิสติกส์ยุคดิจิทัล
ล่าสุด TRL จัดงานประชุมพันธมิตรประจำปี 2568 เปิดพื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการขนส่ง โดยมีผู้ประกอบการขนส่งหรือซัพพลายเออร์ ซึ่งเป็นกำลังหลักของกองทัพรถขนส่ง เข้าร่วมมากกว่า 30 ราย สะท้อนความร่วมมือเชิงระบบที่ TRL ต้องการสร้างกับพันธมิตรในระยะยาว
คุณวราพรรณกล่าวถึงเส้นทางการเติบโตของ TRL ว่า บริษัทเริ่มต้นในช่วงปี 2564 จากการให้บริการลูกค้ากลุ่ม Express เพียงไม่กี่ราย ก่อนขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2–3 ปีถัดมา ครอบคลุมงานคลังสินค้าและการบริหารจัดการซัพพลายเชนภายในประเทศอย่างครบวงจร ปัจจุบัน TRL มุ่งเน้นการให้บริการ Domestic Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการจัดเก็บสินค้า การบริหารคลัง การขนส่ง และการกระจายสินค้าไปยังผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สำหรับทิศทางการเติบโตในปี 2569 TRL ตั้งเป้าขยายการให้บริการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยวางเป้าการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อปี ควบคู่กับการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการร่วมกันแก้ปัญหาและออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง
กลยุทธ์หลักในปี 2569 ของ TRL คือการให้ความสำคัญกับการทำกำไรควบคู่กับการขยายฐานลูกค้า โดยเน้นการดูแลและต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิม ซึ่งมีความเข้าใจในรูปแบบบริการอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในแต่ละภูมิภาค เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการรับงานและบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านศักยภาพการให้บริการ บริษัทต้องการขยายความหลากหลายของประเภทรถขนส่ง และพัฒนาโครงสร้าง Hub and Spoke เพื่อรองรับงานขนส่งแบบ LTL หรือการขนส่งสินค้าขนาดเล็ก เช่น สินค้ากล่องและพัสดุ ซึ่งต้องอาศัยทั้งเครือข่ายพื้นที่และแรงงานที่พร้อมรองรับ
ขณะเดียวกัน TRL ให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการ โดยมองว่าพนักงานขับรถคือด่านหน้าที่สะท้อนภาพลักษณ์ของบริษัท การบริการที่ดี ความตรงต่อเวลา และความสามารถในการช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา คือปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “AI for Logistics” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ซึ่งเห็นตรงกันว่า AI คือเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดความผิดพลาดจากการทำงานซ้ำ ๆ แต่ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในธุรกิจบริการที่ยังต้องอาศัยการตัดสินใจและความเข้าใจเชิงบริบท
ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันยางรถยนต์ชี้ว่า AI จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเมื่อมีข้อมูลที่ถูกต้องและพร้อมใช้งาน พร้อมเน้นว่าต้นทุนยางเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของธุรกิจขนส่งรองจากน้ำมัน การนำระบบดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการยางและดูแลแรงดันลมอย่างเหมาะสมสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์มีการเน้นย้ำถึงการบริหารต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานรถ หรือ Total Cost of Ownership (TCO) มากกว่าการพิจารณาเฉพาะราคารถ พร้อมทั้งกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐาน Euro 5 และต้นทุนแฝงจากการใช้สาร AdBlue ที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ
ขณะที่โซลูชันเทคโนโลยีโลจิสติกส์ได้แสดงให้เห็นบทบาทของ AI ในการวางแผนเส้นทางอัตโนมัติ การควบคุมและสั่งการรถขนส่งแบบเรียลไทม์ การใช้ระบบ Geo-fencing และ CCTV AI เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สูงที่สุดของธุรกิจขนส่ง
อีกหนึ่งมุมสำคัญคือการใช้ระบบ ERP สัญชาติไทยที่ผสาน AI เข้ากับการบริหารจัดการข้อมูล ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นต้นทุน กำไร และผลประกอบการของแต่ละเที่ยววิ่งได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การรับงาน การจัดเที่ยววิ่ง การจัดการเชื้อเพลิง การซ่อมบำรุง ไปจนถึงบัญชีและการเงิน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า AI และข้อมูล ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ต้องนำมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
สำหรับไฮไลต์ของงานพันธมิตรประจำปี 2568 TRL ได้ประกาศรางวัลผู้ประกอบการขนส่งที่มีผลงานโดดเด่นเป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องความร่วมมือและคุณภาพการให้บริการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งและเติบโตไปด้วยกัน

