ทุเรียนไทยกำลังได้เปรียบมากขึ้นในตลาดจีน หลังการขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาวมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยย่นระยะเวลาขนส่งจากไทยถึงนครคุนหมิงเหลือเพียง 26 ชั่วโมง และสามารถกระจายต่อไปยังกว่า 30 เมืองทั่วจีนภายใน 48 ชั่วโมง สร้างจุดแข็งด้าน “ความสดใหม่” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีน พร้อมเพิ่มโอกาสการส่งออกผลไม้ไทยในระยะยาว

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ติดตามและสำรวจศักยภาพด้านโลจิสติกส์ในประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองคุนหมิง ได้รายงานความคืบหน้าการขนส่งผลไม้ไทยผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งพบว่ามีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถรองรับการขนส่งทุเรียนไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับการขนส่งครั้งนี้ คือการนำระบบดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในการจัดการเอกสารขนส่งข้ามพรมแดน โดยการรถไฟแห่งประเทศจีน สาขาคุนหมิง ได้เริ่มใช้ระบบจัดทำเอกสารอัตโนมัติตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ส่งผลให้ระยะเวลาการดำเนินเอกสารต่อขบวนลดลงจากเดิมประมาณ 40 นาที เหลือเพียง 10 นาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า 80% อีกทั้งยังลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและความผิดพลาดในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน จีนยังเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งผลไม้ผ่านระบบห่วงโซ่ความเย็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลทุเรียนที่มีปริมาณนำเข้าสูง ผ่านการเพิ่มความถี่ของรถไฟขนส่งผลไม้ “ล้านช้าง-แม่โขง” จากวันละ 2 ขบวน เป็น 6 ขบวนต่อวัน พร้อมเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิกว่า 4,000 ตู้ เพื่อรองรับการขนส่งผลไม้สดจากอาเซียนเข้าสู่จีนโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ หน่วยงานด้านรถไฟ ศุลกากร และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ยังร่วมกันจัดตั้งทีมเฉพาะกิจดูแลการขนส่งผลไม้สด โดยใช้กลไก “3 ก่อน” ได้แก่ เข้าลานตรวจก่อน ตรวจสอบก่อน และส่งแล็บก่อน พร้อมเปิด “ช่องทางสีเขียว” สำหรับสินค้าสดโดยเฉพาะ ส่งผลให้กระบวนการตรวจปล่อยและเปลี่ยนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 90 นาที ช่วยลดเวลาค้างสินค้าที่ด่าน และทำให้การกระจายผลไม้ไปยังปลายทางต่าง ๆ เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ

DITP มองว่า การยกระดับระบบขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ไม่เพียงช่วยรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของทุเรียนไทย แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในสายตาผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขยายมูลค่าการค้าระหว่างไทย จีน และอาเซียนในอนาคต โดยคาดว่าปริมาณการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาวในปีนี้จะสูงกว่า 200,000 ตัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% จากปีก่อน สะท้อนถึงบทบาทของเส้นทางรถไฟสายนี้ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของโลจิสติกส์ผลไม้ไทยสู่ตลาดจีนยุคใหม่