กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดฉากการยกระดับระบบโลจิสติกส์ภาคใต้ครั้งสำคัญ โดย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังเร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ "ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง" เพื่อลบจุดอับและอุดช่องโหว่ทางคมนาคม (Missing Link) ของระบบรางไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะเชื่อมโครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศตรงเข้าสู่ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันอย่างสมบูรณ์แบบ

โครงการสายใหม่นี้มีระยะทางรวมประมาณ 110 กิโลเมตร ด้วยวงเงินลงทุนกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดตัวโครงการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากผ่านการอนุมัติภายในปี 2569 คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลเคาะราคาได้เร็วที่สุดในปี 2570 ซึ่งเมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จสิ้น จะช่วยปลดล็อกศักยภาพการขนส่งสินค้าจากภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ให้วิ่งตรงสู่ประตูท่าเรือระนองได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาถ่ายโอนสินค้าขึ้นรถบรรทุกในช่วงสุดท้าย ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างมหาศาล

ความสำคัญของรถไฟทางคู่สายนี้คือการสร้าง "ทางเลือกสองมหาสมุทร" ให้กับการค้าของประเทศไทย จากเดิมที่ระบบรางของไทยผูกติดและเชื่อมต่อหลักอยู่กับท่าเรือฝั่งอ่าวไทยอย่าง ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือมาบตาพุด แต่การลากรางไปถึงท่าเรือระนองจะกลายเป็นประตูด้านตะวันตกที่เปิดออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ช่วยเชื่อมโยงการค้าตรงกับกลุ่มประเทศสมาชิก BIMSTEC รวมถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูงในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกา เสริมความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทานไทยพร้อมรับมือกับความผันผวนของการเดินเรือโลก

นอกจากประโยชน์ด้านการส่งออกระดับประเทศแล้ว โครงการนี้ยังเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเอกในการสร้างบูรณาการคมนาคมแบบไร้รอยต่อ ที่ทำให้ระบบถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และด่านชายแดนทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางขนส่งเพียงด้านเดียวที่เคยเป็นจุดเปราะบางในอดีต

สำหรับในระดับภูมิภาค รถไฟทางคู่สายชุมพร-ท่าเรือระนอง จะกลายเป็นหัวเจาะสำคัญในการจุดประกายเศรษฐกิจท้องถิ่นของทั้งสองจังหวัด ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และธุรกิจบริการโลจิสติกส์ ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานและสร้างรายได้มหาศาลให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

ยิ่งไปกว่านั้น เส้นทางรางสายนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างมาก โดยสินค้าเกษตร สินค้าประมง และสินค้าแปรรูปอันขึ้นชื่อของภาคใต้ จะสามารถเข้าสู่ระบบการขนส่งที่รวดเร็วและได้มาตรฐาน สามารถกระจายไปยังตลาดภายในประเทศและส่งออกสู่ต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและกระจายความเจริญสู่พื้นที่ชายฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน

กระทรวงคมนาคมเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า การเดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ชุมพร-ท่าเรือระนอง ไม่ใช่เพียงแค่งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่จะวางรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยไปอีกหลายทศวรรษ เพื่อให้ภาคการค้าของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และพร้อมเติบโตเคียงคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกในอนาคต