กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามกำลังเดินหน้าตามแผนงานก้าวล้ำเพื่อยกระดับภาคโลจิสติกส์ให้กลายเป็นโครงสร้างส่วนบนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเป็นการสานต่อความสำเร็จเดิมและปรับตัวเข้ากับการกระจายอำนาจการบริหารที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 เป้าหมายสำคัญคือการส่งให้โลจิสติกส์เวียดนามเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกผ่านแนวทางหลัก 9 ประการ ดังนี้

วางรากฐานกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ
หัวใจสำคัญเริ่มต้นที่การปรับปรุงสถาบันและการบริหารจัดการให้โปร่งใส โดยมีการรื้อฟื้นและแก้ไขข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อขจัดอุปสรรคและสร้างเวทีธุรกิจที่เท่าเทียม พร้อมทั้งกำหนดเกณฑ์การจัดอันดับศูนย์โลจิสติกส์และระบบสถิติที่แม่นยำเพื่อติดตามความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นห้องเย็น คลังสินค้าอีคอมเมิร์ซ หรือการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเชื่อมต่อสนามบินและท่าเรือ เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านแดนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการในเมืองใหญ่ผ่านระบบคัดแยกอัตโนมัติ

เชื่อมโยงภูมิภาคและสร้างตลาดที่ยั่งยืน
แผนงานนี้เน้นการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ โดยการส่งเสริมความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคในจุดยุทธศาสตร์อย่างสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงและลุ่มน้ำโขง เพื่อลดขั้นตอนตัวกลางและต้นทุนการจัดจำหน่าย พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้กับเส้นทางโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนที่เชื่อมเวียดนามกับจีนและอาเซียน นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาตลาดบริการโลจิสติกส์ให้สอดรับกับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป เพื่อสร้างแหล่งจัดหาบริการที่มั่นคงและยั่งยืน

ยกระดับขีดความสามารถและนวัตกรรมสีเขียว
เวียดนามมุ่งมั่นที่จะปั้นวิสาหกิจโลจิสติกส์ในประเทศให้มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพในการให้บริการแบบครบวงจร (3PL, 4PL) เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในบริการที่มีมูลค่าสูง ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบิ๊กดาต้า มาใช้ในการบริหารจัดการ ควบคู่ไปกับนโยบาย "โลจิสติกส์สีเขียว" ที่เน้นการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก

บุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง
ท้ายที่สุด ความสำเร็จในระยะยาวจะถูกขับเคลื่อนด้วยบุคลากรคุณภาพสูงผ่านการฝึกอบรมที่เป็นระบบและการสร้างกลไกการเจรจาเชิงนโยบายที่เข้มแข็ง โดยมี "Vietnam Logistics Forum" เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนปฏิบัติการนี้จะเปลี่ยนเวียดนามให้กลายเป็นฮับโลจิสติกส์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค