คมนาคมย้ำปิดเฉพาะจุดเสี่ยง M82 พระราม 2 ไม่ได้ปิดทั้งสาย สั่งบีบจราจรเหลือ 2 เลน คุมความปลอดภัยสูงสุด

กระทรวงคมนาคมยืนยันแนวทางซ่อมแซมโครงสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 บนถนนพระราม 2 โดยเน้น “ปิดพื้นที่เฉพาะจุดเสี่ยง 100%” เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ไม่ใช่การปิดถนนทั้งเส้น พร้อมสั่งกรมทางหลวงจัดผังจราจรอย่างละเอียด รองรับผลกระทบระหว่างการซ่อมโครงสร้างที่เสียหาย

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกระแสความกังวลของประชาชนจากการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 บนถนนพระราม 2 โดยเฉพาะประเด็นการประกาศ “ปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%” ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน

นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า การปิดพื้นที่ 100% ไม่ได้หมายถึงการปิดถนนพระราม 2 ทั้งสาย แต่เป็นการปิดเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก แม้จะส่งผลกระทบต่อการจราจรในระยะสั้นก็ตาม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนที่กังวลว่าหน่วยงานรัฐอาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมา ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ และการดำเนินคดีทางกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา ยังคงเดินหน้าอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หยุดการทำงานที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อประชาชนอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการก่อสร้างหรือยกวัสดุเหนือเส้นทางสัญจร รวมถึงจุดที่โครงสร้างเสียหายรุนแรง ซึ่งต้องปิดกั้นพื้นที่เป็นการชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางที่จัดไว้ได้อย่างปลอดภัยสูงสุด

ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้จัดทำแผนบริหารจัดการจราจรอย่างรัดกุม สำหรับช่วงรื้อถอนพื้นสะพานที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน บริเวณกิโลเมตรที่ 29+100 ถึง 32+100 ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

ในช่วงการซ่อมแซมดังกล่าว จะมีการปิดช่องทางหลักทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย ทำให้เหลือเพียงช่องทางขนานเปิดใช้งานฝั่งละ 2 เลน รวมทั้งขาเข้าและขาออก โดยมีการปรับกายภาพจุดเข้า-ออก และจัดการทางเชื่อม เพื่อลดปัญหาคอขวดและเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจร

จากการประเมินทางวิศวกรรมจราจร คาดว่าความสามารถในการรองรับปริมาณรถจะลดลงราว 60% และในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจเกิดแถวรถสะสมยาวประมาณ 4 กิโลเมตร กรมทางหลวงจึงจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดลำดับการทำงานให้กระชับ โดยบางช่วงจะปิดช่องทางหลักเพียงทิศทางเดียว เพื่อคืนผิวจราจรและช่วยระบายรถ รวมถึงอาจเปิดใช้ช่องทางพิเศษแบบสลับทิศทางตามสถานการณ์

นายปิยพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้รื้อย้ายซากเครนและชิ้นส่วนที่เสียหายออกจากพื้นที่แล้วอย่างปลอดภัย และอยู่ระหว่างเร่งดำเนินงานหลัก 2 ส่วน คือการรื้อถอนพื้นสะพานที่ได้รับความเสียหาย และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่น เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง ก่อนรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราว โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ถึง 27 มีนาคม 2569

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และยืนยันว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรื้อถอน การจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระ และมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หรือใช้เส้นทางเลี่ยงตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้