คมนาคมเร่งแผนฟื้นฟู รฟท. ดันรถไฟไทย–จีนเฟส 2 พร้อมกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

กระทรวงคมนาคมเดินหน้าขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างเข้มข้น โดยเน้นเร่งรัดโครงการลงทุนสำคัญในปีงบประมาณ 2569 ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 ซึ่งถูกกำชับให้กำหนดเงื่อนไขด้านความปลอดภัยในเอกสารประกวดราคา (TOR) อย่างรัดกุมและได้มาตรฐานสูงสุด

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าแผนฟื้นฟูของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กรมการขนส่งทางราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อบูรณาการการทำงานให้เป็นรูปธรรมตามกรอบเวลาที่กำหนด

ที่ประชุมได้เร่งรัดการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการปี 2569 โดยให้ความสำคัญกับโครงการยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นลำดับแรก หนึ่งในโครงการหลักคือ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา–หนองคาย ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาคอาเซียนและจีน นอกจากนี้ ยังผลักดันโครงการรถไฟสายใหม่ช่วงชุมพร–ระนอง เพื่อสนับสนุนแนวคิด โครงการแลนด์บริดจ์ ที่มุ่งสร้างโครงข่ายคมนาคมเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้ภาคใต้

กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้ รฟท. บรรจุมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดไว้ใน TOR ของทุกโครงการ โดยเฉพาะงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านวิศวกรรมและการปฏิบัติการในระยะยาว พร้อมทั้งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางรางในเส้นทางเชื่อม ICD ลาดกระบัง กับ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อจูงใจผู้ประกอบการหันมาใช้ระบบรางมากขึ้น ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ในส่วนของการยกระดับคุณภาพบริการ รฟท. รายงานความคืบหน้าโครงการปรับปรุงรถโดยสารเพื่อรองรับหัวรถจักรไฟฟ้ากำลัง ระยะที่ 1 จำนวน 96 คัน โดยรถชุดแรกจะทยอยแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569 และส่วนถัดไปคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ขณะเดียวกัน โครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้รับการเร่งรัดให้ซ่อมแซมและติดตั้งแผงใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหายจากเหตุพายุ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปีนี้ รวมถึงการจัดหาและซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร

กระทรวงคมนาคมย้ำว่าการฟื้นฟู รฟท. ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านงบประมาณ แผนงาน และการกำกับติดตาม เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านรางเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ และสามารถยกระดับระบบรางไทยให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยมีกำหนดติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในเดือนเมษายน 2569 เพื่อประเมินผลและเร่งรัดโครงการให้เป็นไปตามแผนต่อไป