เงินบาทเปิดแข็งค่าที่ 31.49 ต่อดอลลาร์ รับแรงหนุนทองคำ ตลาดจับตาเฟด-ปัจจัยการเมืองไทย

ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.49 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยแข็งค่าในลักษณะ Sideways Down และสามารถทะลุแนวรับสำคัญที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ ก่อนเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 31.46–31.68 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า แม้ค่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดการเงินสหรัฐกลับมาอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง และข้อมูลดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตเดือนมกราคมออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถูกปรับลดลงบ้าง แต่เงินบาทยังคงได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ซึ่งกลับมายืนเหนือระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ขยับขึ้นกว่า 0.5% จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นใกล้ระดับ 4.8% สะท้อนมุมมองของตลาดที่ลดการคาดการณ์ต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด

นายพูนมองว่า ในระยะสั้นราคาทองคำอาจปรับขึ้นได้จำกัดและเริ่มเข้าสู่ช่วงแกว่งตัวในลักษณะ Sideways หลังปัจจัยหนุนเริ่มลดลง ขณะที่เงินดอลลาร์ยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบหรือแข็งค่าเพิ่มเติม หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ออกมาดีกว่าที่คาด

สำหรับค่าเงินบาท ยังคงมีแนวโน้มผันผวนสูงและขาดทิศทางที่ชัดเจนในกรอบกว้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจชะลอการปรับสถานะเพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยการเมืองภายในประเทศ โดยในเชิงเทคนิค แนวต้านสำคัญอยู่ที่บริเวณ 31.50 และ 31.75–31.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ระดับ 31.30 และ 31.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ คาดว่าในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 31.35–31.65 บาทต่อดอลลาร์