รฟท.เร่งซ่อมรถจักร 3 รุ่น วงเงิน 2.9 พันล้านบาท พร้อมดันจัดซื้อรถใหม่กว่า 5.8 หมื่นล้าน รองรับทางคู่–สายใหม่
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ภายใต้การเปิดเผยของนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ รักษาการผู้ว่าการ รฟท. อยู่ระหว่างเร่งทบทวนแผนจัดหารถโดยสารใหม่ควบคู่กับแผนซ่อมบำรุงหัวรถจักร เพื่อรองรับการเปิดใช้เส้นทางรถไฟทางคู่และสายใหม่ในช่วงปี 2570–2572 เนื่องจากกระบวนการจัดหาและซ่อมบำรุงต้องใช้เวลาดำเนินการล่วงหน้าประมาณ 2–3 ปี โดยการทบทวนดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของกระทรวงคมนาคมและ กรมการขนส่งทางราง ที่ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง และเน้นการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุอุปกรณ์ภายในประเทศ หรือ Local Content เพื่อลดการนำเข้าและสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ

โครงการที่เตรียมเดินหน้าก่อนคือการจัดซื้อรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า จำนวน 946 คัน วงเงินลงทุน 2,459.97 ล้านบาท ซึ่งกำหนดสัดส่วนชิ้นส่วนภายในประเทศไม่น้อยกว่า 70% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 40% ของโครงการ และคาดว่าจะเปิดประกวดราคาในเดือนเมษายน 2569 ขณะเดียวกัน แผนจัดหารถโดยสารใหม่มีเป้าหมายเพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม โดยปัจจุบันรถโดยสารที่ใหม่ที่สุดเป็นขบวนเชิงพาณิชย์ 115 คัน ที่ใช้งานมากว่า 5 ปีแล้ว รฟท.อยู่ระหว่างสรุปแนวทางเส้นทางบริการและประเมินภาระทางการเงิน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม 2569 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ

ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้ส่งโครงการจัดหารถจักรและล้อเลื่อนรวม 3 โครงการกลับมาให้รฟท.ทบทวนรูปแบบการลงทุน ประกอบด้วยโครงการจัดหารถโดยสารทดแทนขบวนรถด่วนพิเศษและรถด่วน 182 คัน วงเงิน 10,502.10 ล้านบาท โครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศ 184 คัน วงเงิน 24,150 ล้านบาท และโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า 113 คัน วงเงิน 23,730 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้นกว่า 58,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นแผนลงทุนสำคัญเพื่อยกระดับกองรถให้สอดรับกับโครงสร้างพื้นฐานใหม่

ในส่วนแผนซ่อมบำรุงหัวรถจักร รฟท.ได้วางงบประมาณรวม 2,965.2 ล้านบาท ครอบคลุมรถจักรดีเซลไฟฟ้า 3 รุ่นหลัก ได้แก่ รถจักรดีเซลไฟฟ้าอัลสตอม จำนวน 10 คัน วงเงิน 496.20 ล้านบาท คาดว่าจะลงนามสัญญาเดือนมีนาคม 2569 และทยอยรับมอบครบในเดือนมกราคม 2571 รถจักร HID รุ่น HITACHI 8FA-36C จำนวน 21 คัน วงเงิน 777 ล้านบาท คาดลงนามสัญญาเดือนกรกฎาคม 2569 และสิ้นสุดโครงการกันยายน 2571 และรถจักรดีเซลไฟฟ้า GEA จำนวน 36 คัน วงเงิน 1,692 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นและคาดว่าจะลงนามสัญญาภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ก่อนทยอยส่งมอบครบในเดือนมกราคม 2572

ข้อมูลด้านสมรรถนะสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการซ่อมบำรุง รถจักรดีเซลไฟฟ้า Alsthom แบ่งเป็นหลายกลุ่มย่อย โดยรุ่น ALS./PLS มีค่าความน่าเชื่อถือเฉลี่ยต่ำสุดในกลุ่มที่ประมาณ 7,702 กิโลเมตรต่อการชำรุดหนึ่งครั้ง ขณะที่รุ่น ALS./MTU มีค่าความน่าเชื่อถือสูงสุดเฉลี่ย 18,939 กิโลเมตร ส่วนรถจักร HID ของ Hitachi มีค่า MDBF เฉลี่ย 11,500 กิโลเมตร และมีความพร้อมใช้งานเฉลี่ย 63.54% ด้านรถจักร GEA แม้มีความพร้อมใช้งานเฉลี่ยสูงถึง 74.17% แต่มีจำนวนครั้งการชำรุดระหว่างปฏิบัติงานสูงที่สุด และมีค่า MDBF เฉลี่ยเพียง 8,087 กิโลเมตร

ภาพรวมสะท้อนว่ากองรถจักรของรฟท.มีอายุการใช้งานยาวนานและเผชิญข้อจำกัดด้านความน่าเชื่อถือ การเร่งซ่อมบำรุงและวางแผนจัดหารถใหม่จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการ ลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นตามโครงข่ายทางคู่และเส้นทางใหม่ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า