ครม.รับข้อเสนอ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริตรถโดยสาร CNG/NGV ดัน “Safety Rating” เปิดข้อมูลความปลอดภัยสู่สาธารณะ
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบข้อเสนอของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่ออุดช่องโหว่การทุจริตในกระบวนการขออนุญาตและตรวจสภาพรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) พร้อมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนการปฏิรูปทั้งระบบ และรายงานผลภายใน 30 วัน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดความเสี่ยงการทุจริต ยกระดับความโปร่งใส และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันทั่วประเทศ หลัง ป.ป.ช. ตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุรถโดยสาร NGV เกิดเพลิงไหม้ในปี 2567 และพบข้อบกพร่องในขั้นตอนอนุญาตและตรวจสภาพรถ
รายงานของ ป.ป.ช. ระบุว่า การกำกับดูแลที่ผ่านมาให้น้ำหนักกับการตรวจเอกสารมากกว่าการตรวจเชิงเทคนิคในทางปฏิบัติ อีกทั้งพบความผิดปกติในกระบวนการออกหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบ โดยมีบางกรณีที่รถไม่ได้เข้ารับการตรวจจริง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชนในวงกว้าง
ข้อเสนอเชิงระบบที่เสนอให้ดำเนินการครอบคลุมการประกาศเจตนารมณ์ยกระดับความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ พร้อมทบทวนมาตรฐานความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสารและหลักเกณฑ์การใช้งานเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติให้รัดกุมยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในขั้นตอนการออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง การอนุญาตแก้ไขหรือดัดแปลงตัวรถ และการกำกับดูแลสถานประกอบการเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด โดยต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อีกประเด็นสำคัญคือการปรับรูปแบบการตรวจสภาพรถให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การออกใบรับรอง การติดตามประวัติการดัดแปลง และการเก็บข้อมูลผลการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ และลดดุลพินิจที่อาจนำไปสู่การทุจริต
ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวคิดการจัดทำ “Safety Rating List” สำหรับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อจัดระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างชัดเจน พร้อมจัดทำบัญชีรายชื่อรถที่มีข้อบกพร่องหรือไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจใช้บริการ มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการใช้พลังของผู้บริโภคช่วยกำกับมาตรฐานความปลอดภัยอีกทางหนึ่ง
ในด้านการป้องกันเชิงพฤติกรรม รัฐบาลจะผลักดันการอบรมผู้ประกอบการและพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องกฎหมายจราจร การป้องกันความเสี่ยง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการรับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ติดตามและประเมินพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ระบบติดตามภายในรถ ระบบ GPS และกล้องวงจรปิด เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบและยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก
สำหรับการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และหน่วยงานกำกับมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อจัดทำข้อสรุปแนวทางดำเนินงานในภาพรวม เสนอผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายในกรอบเวลาที่กำหนด
รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อปิดช่องโหว่การทุจริตในระบบอนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV อย่างจริงจัง โดยยกระดับมาตรฐานการตรวจสภาพให้เข้มงวด โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชนบนท้องถนนทั่วประเทศ

