เกียลายเร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐาน ปลดล็อกศักยภาพโลจิสติกส์สู่ศูนย์กลางภูมิภาค

ท่ามกลางการพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศและพื้นที่ราบสูงตอนกลาง จังหวัดเกียลายกำลังก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโต โดยวาง “โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป้าหมายไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนขนส่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผู้นำจังหวัดย้ำชัดว่า การเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างภูมิภาคคือรากฐานของการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมั่นคง แนวคิดนี้ถูกแปลงเป็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่หลายรายการ โดยเฉพาะโครงการทางด่วนกวีญอน–เปลกู ซึ่งถูกมองว่าเป็น “กระดูกสันหลัง” ของระเบียงโลจิสติกส์ตะวันออก–ตะวันตก เชื่อมชายฝั่งภาคกลางตอนใต้เข้ากับที่ราบสูงตอนกลาง และขยายต่อไปยังสามเหลี่ยมพัฒนาเวียดนาม–ลาว–กัมพูชา

ปัจจุบัน การเดินทางระหว่างกวีญอนและเปลกูผ่านทางหลวงหมายเลข 19 ต้องใช้เวลา 3.5–4 ชั่วโมงจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและโค้งคดเคี้ยว ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงและเป็นข้อจำกัดของภาคธุรกิจ แต่เมื่อทางด่วนระยะทาง 125 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ เวลาการเดินทางจะลดลงเหลือเพียง 1.5–2 ชั่วโมง และคาดว่าค่าใช้จ่ายด้านขนส่งจะลดลงราว 40–50% โครงการมูลค่ากว่า 43,700 ล้านดองนี้จึงมีนัยสำคัญต่อการขนส่งสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป และแร่ธาตุจากพื้นที่ตอนบนสู่ท่าเรือหลัก

ในมิติทางทะเล ท่าเรือกวีญอนยังคงเป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาค แม้เผชิญความท้าทายของตลาด แต่ในปี 2025 ปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือคาดว่าจะอยู่ที่ 10.8 ล้านตัน หรือร้อยละ 82 ของแผนประจำปี ขณะที่ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์แตะประมาณ 185,000 TEU เพิ่มขึ้นจากปีก่อน การเปิดใช้ท่าเทียบเรือหมายเลข 1 และเส้นทางเดินเรือคอนเทนเนอร์สู่ยุโรป อเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เสริมศักยภาพการแข่งขันของจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ

ควบคู่กันนั้น จังหวัดยังเร่งพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อจากทางด่วนสายเหนือ–ใต้และทางหลวงหมายเลข 1 สู่เขตอุตสาหกรรมและท่าเรือสำคัญ รวมถึงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งระยะทาง 121 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยกระจายภาระจากท่าเรือหลัก สร้างเครือข่ายท่าเรือบริวาร และหล่อหลอมระบบโลจิสติกส์ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ด้านการขนส่งทางอากาศ สนามบินเปลกูและสนามบินฟู้แคทมีแผนเพิ่มขีดความสามารถรองรับสินค้ารวมหลายหมื่นตันต่อปีภายในปี 2050 รองรับทั้งสินค้าเกษตร สมุนไพร และสินค้ามูลค่าสูง พร้อมเปิดโอกาสสู่ตลาดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อสามารถรองรับอากาศยานลำตัวกว้างได้

ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของเกียลายที่เชื่อมต่อโดยตรงกับลาวตอนใต้และกัมพูชาตะวันออกเฉียงเหนือผ่านด่านชายแดนนานาชาติเลถั่น ทำให้จังหวัดมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ระบบคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และเขตเศรษฐกิจชายแดนกำลังได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ

ภาคเอกชนมองตรงกันว่าการลงทุนล่วงหน้าของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว เมื่อถนน ท่าเรือ และสนามบินมีความพร้อม นักลงทุนก็กล้าขยายกำลังการผลิต ดึงดูดเงินทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในแผนพัฒนาระยะปี 2026–2030 จังหวัดได้กำหนดบริการท่าเรือและโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในห้าเสาหลักของการเติบโต ควบคู่กับอุตสาหกรรมแปรรูป เกษตรไฮเทค การท่องเที่ยว และการพัฒนาเมือง การเดินหน้าเปิดใช้โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในช่วงต้นปี สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะยกระดับจังหวัดสู่การเป็นจุดเชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างที่ราบสูงตอนกลาง ชายฝั่งทะเล และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศอย่างแท้จริง