ฮ่องกงเร่งเชื่อมไทยสู่เวทีเทคโนโลยีโลก ดันความร่วมมือ I&T สร้างการเติบโตระยะยาว
ฮ่องกงเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีกับไทยอย่างจริงจัง โดยวางบทบาทตนเองเป็นประตูยุทธศาสตร์สู่ตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการและนักวิจัยไทย ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเร่งตัวทั่วโลก
ศาสตราจารย์ซัน ตง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 27–29 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อหารือเชิงยุทธศาสตร์กับภาครัฐและเอกชนไทย พร้อมผลักดันความร่วมมือด้าน Innovation and Technology หรือ I&T ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในการให้สัมภาษณ์พิเศษ เขาระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่เป็นหัวใจของการเติบโตและความยืดหยุ่นในระยะยาว ฮ่องกงจึงเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่อย่างยั่งยืน
การเยือนครั้งนี้มีไฮไลต์สำคัญคือการจัดสัมมนาในหัวข้อ “Building growth and resilience for the future: Hong Kong as the strategic hub for technology, innovation and investment” ซึ่งจัดโดย Hong Kong Economic and Trade Office in Bangkok ร่วมกับ Invest Hong Kong Hong Kong Trade Development Council และ Thai-Hong Kong Trade Association เพื่อแสดงศักยภาพของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีและการลงทุนระดับนานาชาติ
ศาสตราจารย์ซันอธิบายว่า ภายใต้แผนพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีปี 2022 ฮ่องกงมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเสาหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีชีวภาพและสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ การผลิตขั้นสูง และพลังงานใหม่ พร้อมสนับสนุนเงินทุนผ่านโครงการขนาดใหญ่รวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และดึงดูดการลงทุนระยะยาวในเทคโนโลยีแนวหน้า
โครงสร้างพื้นฐานด้าน I&T ของฮ่องกงในปัจจุบันประกอบด้วยอุทยานนวัตกรรมขนาดใหญ่สามแห่ง สถาบันวิจัยเฉพาะทางห้าแห่ง และแพลตฟอร์มเรือธง InnoHK ซึ่งรวบรวมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำกว่า 30 แห่งจาก 12 ประเทศ สะท้อนความเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระดับโลก นอกจากนี้ ฮ่องกงยังพัฒนา Hong Kong Park ภายใต้เขตความร่วมมือ Hetao Shenzhen-Hong Kong Science and Technology Innovation Co-operation Zone เพื่อเชื่อมโยงจีนแผ่นดินใหญ่กับตลาดนานาชาติ
ระบบนิเวศสตาร์ตอัปของฮ่องกงยังเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสตาร์ตอัปมากกว่า 5,200 ราย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกว่าหนึ่งในสี่ก่อตั้งโดยผู้ประกอบการต่างชาติ จุดแข็งของฮ่องกงไม่ได้มีเพียงเงินทุน แต่รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำ บุคลากรนานาชาติ ระบบภาษีที่เรียบง่าย เครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปิดกว้าง
การจัดอันดับระดับนานาชาติยิ่งตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกง โดยอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกด้านความสามารถดิจิทัล และเป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์นวัตกรรมเซินเจิ้น–ฮ่องกง–กว่างโจว ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางนวัตกรรมชั้นนำของโลก
สำหรับความร่วมมือกับไทย ศาสตราจารย์ซันมองว่า นโยบาย Thailand 4.0 และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีจุดแข็งที่เกื้อหนุนกัน โดยเฉพาะในสาขาเฮลท์เทค อะกริเทค และกรีนเทค ซึ่งสามารถสร้างความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ฮ่องกงพร้อมทำหน้าที่เป็น launchpad ให้บริษัทไทยเข้าถึงตลาดจีน เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า ตลอดจนตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง
ระหว่างการเยือน คณะผู้แทนฮ่องกงได้หารือกับภาคธุรกิจและสถาบันชั้นนำของไทย รวมถึง Federation of Thai Industries Digital Economy Promotion Agency Charoen Pokphand Group Mahidol University และ True Digital Park เพื่อสำรวจโอกาสความร่วมมือในระดับปฏิบัติ
ศาสตราจารย์ซันกล่าวทิ้งท้ายว่า การผสานศักยภาพด้านดิจิทัลของไทยเข้ากับความเชื่อมโยงระดับโลกและโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมของฮ่องกง จะช่วยสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน พร้อมย้ำว่าการเยือนครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย

