เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภารายงานว่า นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด หลังราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงกิโลกรัมละ 4-5 บาท ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบกว่า 20 ปี และไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและสารเคมีที่ปรับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนและประสบปัญหาความเป็นอยู่รุนแรง

นายบัญชาเปิดเผยว่า ตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรได้ออกมาเคลื่อนไหวและประท้วงหลายครั้งเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไข แต่ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ยกเว้นเพียงการดูแลเรื่องข้าวซึ่งได้รับการช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์และเพชรบูรณ์ได้รวมตัวกันปิดถนน เพื่อกดดันรัฐบาลให้เร่งหาทางออกต่อวิกฤตราคาข้าวโพดที่กำลังถาโถม

สิ่งที่เกษตรกรเรียกร้องหลัก ๆ คือ ให้รัฐบาลประกาศประกันราคาข้าวโพดไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7 บาท เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ขั้นต่ำและช่วยให้เกษตรกรพอมีแรงในการทำเกษตรต่อไป นอกจากนี้ ยังต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ทบทวนตัวเลขการผลิตข้าวโพดที่ประกาศว่ามีเพียงปีละ 5 ล้านตัน เพราะเชื่อว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง อันอาจนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนในการกำหนดนโยบาย

อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยเปิดให้นำเข้าในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 ซึ่งเกษตรกรเห็นว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อราคาผลผลิตในประเทศอย่างมาก ทำให้ราคาข้าวโพดตกต่ำลงไปอีก จึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนและตรวจสอบตัวเลขการนำเข้าให้รอบคอบ พร้อมทั้งเสนอให้ชะลอหรือระงับการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศชั่วคราว

นายบัญชายังได้ฝากข้อเรียกร้องถึงนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เร่งดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยด่วน โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดกำลังทยอยออกสู่ตลาด หากยังปล่อยให้ราคาตกต่ำต่อไป จะทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถรับมือได้ และอาจกระทบต่อเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในวงกว้าง