ไทย–ลาว 75 ปี บนเส้นทางหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ สร้างความมั่นคงและการพัฒนาที่ยั่งยืนสองฝั่งโขง | World Wide View

วาระครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มิได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานของสองประเทศ หากยังเป็นจังหวะสำคัญในการทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา และร่วมกันกำหนดทิศทางบทต่อไปของความสัมพันธ์ทวิภาคีให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปีม้า 2569 ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และความมั่นคงในภูมิภาค

ตลอดกว่าเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ไทย–ลาว เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ความร่วมมือในกรอบทวิภาคีที่ครอบคลุมทั้งมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง ความใกล้ชิดดังกล่าวได้หล่อหลอมให้ไทยและลาวเป็นมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็น “ญาติสนิท” ที่สามารถพึ่งพาและไว้วางใจกันได้ในทุกสถานการณ์

สายสัมพันธ์นี้ยิ่งปรากฏชัดในยามเผชิญวิกฤต เมื่อหลายพื้นที่ของ สปป.ลาว ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นยางิในเดือนกันยายน 2567 รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และในทางกลับกัน เมื่อประเทศไทยเผชิญอุทกภัยรุนแรงในภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 รัฐบาล สปป.ลาว ก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างจริงใจ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ที่มิได้จำกัดอยู่เพียงกรอบทางการทูต หากเป็นความผูกพันของประชาชนที่พร้อมแบ่งปันทั้งความสุขและความทุกข์ร่วมกัน

การครบรอบ 75 ปี ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดการยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งทั้งสองประเทศได้ประกาศร่วมกันตั้งแต่ปี 2565 โดยมิติสำคัญประการหนึ่งคือความร่วมมือด้านความมั่นคง ที่ปัจจุบันมิได้หมายถึงเพียงการป้องกันทางทหาร แต่ครอบคลุมถึงภัยคุกคามข้ามแดนรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การค้ามนุษย์ หรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับพื้นที่ชายแดนที่ไทยและลาวมีพรมแดนร่วมกันยาวกว่า 1,800 กิโลเมตร การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประสานงานเชิงปฏิบัติการ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นกลไกสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

ในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา ความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นหัวใจของความร่วมมือไทย–ลาว ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเชื่อมต่อด้วยถนน รถไฟ และสะพานมิตรภาพ ไม่เพียงเอื้อต่อการค้าชายแดน หากยังยกระดับบทบาทของ สปป.ลาว ในฐานะเส้นทางผ่านสำคัญของสินค้าไทยไปสู่ตลาดจีนและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง สถิติการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนบทบาทดังกล่าวอย่างชัดเจน และตอกย้ำว่า “ความเชื่อมโยง” คือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันของสองประเทศ

นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดใช้งานแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังเดินหน้าแผนพัฒนาโครงการสำคัญในอนาคต อาทิ สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ระหว่างหนองคาย–เวียงจันทน์ เพื่อเชื่อมระบบรางไทยเข้ากับรถไฟลาว–จีน สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 6 รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมสายยุทธศาสตร์อย่างถนน R12 ซึ่งช่วยลดระยะทางขนส่งสินค้าไปเวียดนาม โครงการเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมในการใช้โลจิสติกส์เป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

ในมิติสิ่งแวดล้อม ไทยและ สปป.ลาว ยังร่วมมืออย่างใกล้ชิดภายใต้กรอบความร่วมมือไตรภาคีกับเมียนมา เพื่อรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศและ PM 2.5 ผ่านยุทธศาสตร์ฟ้าใส ซึ่งมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยี และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน โดยเฉพาะลุ่มน้ำโขงที่เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงผู้คนจำนวนมหาศาล

บทต่อไปของความสัมพันธ์ไทย–ลาว ในปีม้า 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเดินหน้าความร่วมมือเชิงสัญลักษณ์ หากเป็นการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนที่แน่นแฟ้นในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความมั่งคั่ง และคุณภาพชีวิตของประชาชนสองฝั่งโขงอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักคิดที่ว่า ความมั่นคงและความเจริญของเพื่อนบ้าน คือรากฐานของความมั่นคงและความเจริญของไทยเช่นเดียวกัน