DITP ชี้เกาหลีเร่งดัน K-Food สู่ตลาดโลก แนะผู้ส่งออกไทยปรับกลยุทธ์ เชื่อมวัฒนธรรมรับมือการแข่งขันอาหาร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เฝ้าติดตามนโยบายการส่งออกสินค้าอาหารของสาธารณรัฐเกาหลีอย่างใกล้ชิด หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศผลักดันอุตสาหกรรมอาหารให้เป็นอุตสาหกรรมส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมใช้พลังวัฒนธรรมเกาหลีเป็นเครื่องมือขยายตลาดทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลให้การแข่งขันในตลาดอาหารโลกทวีความเข้มข้นขึ้น และกระทบต่อโอกาสของสินค้าอาหารไทยในบางตลาดสำคัญ

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ในประเทศต่าง ๆ สำรวจแนวโน้มการค้าและโอกาสส่งออกสินค้าไทย ล่าสุดได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล ถึงทิศทางนโยบายการส่งออกอาหาร K-Food ของเกาหลีใต้ ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดโลก และแนวโน้มการส่งออกอาหารไทยเข้าสู่ตลาดเกาหลี

รายงานระบุว่า นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ได้ประกาศสนับสนุนการส่งออกสินค้าอาหารอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ สอดรับกับกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีหรือ K-Culture ที่ช่วยขยายการรับรู้และความต้องการบริโภคอาหารเกาหลีในหลายประเทศทั่วโลก

จากแรงหนุนดังกล่าว ทำให้มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารเกาหลีในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10,400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 และคาดว่ามูลค่าการส่งออกตลอดทั้งปีจะขยับขึ้นแตะระดับ 10,700 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนศักยภาพการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในตลาดอาหารโลก

ในกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญ กิมจิยังคงเป็นสินค้าหลักที่ทำสถิติส่งออกสูงสุด โดยมียอดขายในต่างประเทศกว่า 137 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ขณะที่สินค้าปศุสัตว์ของเกาหลีใต้เริ่มรุกตลาดพรีเมียมมากขึ้น โดยสามารถส่งออกเนื้อวัวฮันอูและเนื้อหมูจากเกาะเชจูไปยังสิงคโปร์ได้เป็นครั้งแรก หลังผ่านกระบวนการเจรจายาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าอาหารเกาหลี และเปิดทางสู่การขยายตลาดในประเทศอื่น ๆ ต่อไป

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีใต้ยังให้ความสำคัญกับการรับมืออุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ด้วยการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะทางสำหรับผู้ส่งออกอาหาร เพื่อสนับสนุนการปรับตัวต่อกฎระเบียบและมาตรการของตลาดคู่ค้า รวมถึงการจัดทำรายงานติดตามอุปสรรคทางการค้าอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับแนวคิดบูรณาการอุตสาหกรรม K-Food เข้ากับ K-Culture และ K-Beauty ผ่านการพัฒนาบุคลากร สถาบันอบรมเชฟ และหลักสูตรด้านอาหารในระดับอาชีวะและมหาวิทยาลัย

DITP ประเมินว่า นโยบายดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความเข้มข้นของการแข่งขันในตลาดอาหารทั้งในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก โดยเฉพาะในตลาดที่เกาหลีใต้มีบทบาทด้านการส่งออกสูง ผู้ส่งออกไทยจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับบริบทการแข่งขันที่เปลี่ยนไป

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แนะนำว่า ผู้ส่งออกอาหารไทยควรใช้จุดแข็งของไทย ทั้งด้านวัฒนธรรมอาหาร ความหลากหลาย คุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย มาเชื่อมโยงกับการทำตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดโลก โดยเฉพาะการเล่าเรื่องราวอาหารไทยควบคู่กับอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีหรือการผลิตเชิงอุตสาหกรรมไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด

สำหรับตลาดเกาหลีใต้ ไทยยังมีโอกาสในการส่งออกวัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ผลไม้สด เครื่องเทศ เครื่องปรุงรส แป้งและเส้นจากข้าว รวมถึงสินค้าอาหารแปรรูปที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารเกาหลี ขณะเดียวกัน สินค้าอาหารไทยสำเร็จรูป เช่น ขนมขบเคี้ยว อาหารพร้อมปรุง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังมีศักยภาพในการขยายตลาด หากสามารถพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับรสนิยม มาตรฐาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของตลาดเกาหลี

DITP ย้ำว่า ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านคุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า เพื่อให้อาหารไทยยังคงสามารถแข่งขันและรักษาความนิยมในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง