เศรษฐกิจจีนเปิดปี 2569 ด้วยสัญญาณเชิงบวก หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 5% สูงกว่าทั้งไตรมาสก่อนหน้าและที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ สะท้อนแรงส่งของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาดในช่วงต้นปี แม้จะยังอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
แรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจาก “ภาคการส่งออก” ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาสแรก การส่งออกของจีนขยายตัวถึง 14.7% ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ช่วยชดเชยการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแรง และกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการพยุงเศรษฐกิจในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีรอยร้าวให้เห็น โดยเฉพาะในฝั่งอุปสงค์ภายในประเทศ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ต่ำกว่าที่คาด ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงหดตัวต่อเนื่องกว่า 11% ส่วนยอดค้าปลีกในเดือนมีนาคมก็ขยายตัวเพียง 1.7% สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
แม้ภาคอุตสาหกรรมจะยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยผลผลิตเพิ่มขึ้น 5.7% และหากมองในภาพรวมรายไตรมาสยังขยายตัวได้กว่า 6% แต่แนวโน้มเริ่มชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อการค้าของจีนในระยะสั้น โดยในเดือนมีนาคม การเติบโตของการส่งออกชะลอลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียง 2.5% จากที่เคยพุ่งสูงในช่วงต้นปี ขณะเดียวกันราคาหน้าโรงงานก็ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี บ่งชี้ว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ภาคการผลิต และอาจกระทบต่อกำไรของภาคธุรกิจในระยะถัดไป
แม้การเติบโตในช่วงต้นปีจะช่วยลดแรงกดดันต่อการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ผู้กำหนดนโยบายของจีนยังต้องเผชิญความท้าทายสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการพึ่งพาการส่งออกกับการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศให้ยั่งยืนมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่ผันผวนและเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจจีนในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

